นวัตกรรมในช่วงโควิด-19 Broad Branch Market

ขายสินค้า

ภายหลังที่รัฐบาลของกรุงวอชิงตันมีคำสั่งให้ผู้ไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้าจะต้องอยู่ห่างกัน 2 เมตร คุณเทรซี่ สตาร์นาร์ด เจ้าของร้าน Broad Branch Market ก็รู้เท่าทันครั้งว่าธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากว่าช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาแน่นร้านค้าเพื่อจับจ่ายซื้อของจำเป็นให้พอนั้น เธอไม่อยากที่จะให้ร้านค้าเป็นแหล่งแพร่ระบาดแต่ว่าก็ต้องการ ขายสินค้า ด้วยเหมือนกัน

Broad Branch Market ตัวช่วย ขายสินค้า ในช่วงโควิด-19

โดยเหตุนี้เพื่อขจัดปัญหาสองเรื่องนี้ คุณเทรซี่ก็เลยหันไปใช้หุ่นยนต์ส่งสินค้าของบริษัท Starship Technologies และก็ได้ทำให้หุ่นยนต์บริการส่งของถึงหน้าบ้านสีขาวขนาดเท่ากระติกน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งเคลื่อนบนล้อหกล้อนี้ เปลี่ยนเป็นจุดสร้างความสนใจขึ้นมาโดยทันที

เพราะว่าเมื่อหุ่นยนต์ตัวนี้เคลื่อนไปบนฟุตบาท ผู้คนก็มักจะหันมามองดูแล้วก็ถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอไว้เป็นที่ระลึก

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องช่วยและเป็นเครื่องมือโฆษณาที่ดี หุ่นยนต์ส่งของซึ่งมีจำนวนจำกัดนี้ก็ไม่สามารถสนองความต้องการของลูกค้าทุกคนได้ เพราะการใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพของฟุตบาทและถนนที่ต้องดีพอสมควรและไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเมืองยังต้องอนุญาตให้หุ่นยนต์ใช้ทางเดินร่วมกับคนเดินเท้าด้วย

แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ช่วยให้คุณเทรซี่เจ้าของร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงวอชิงตันไม่ต้องขับรถไปส่งสินค้าด้วยตัวเอง

ในช่วงเวลาวิกฤติอย่างเช่นการระบาดของโควิด-19 มีการใช้หุ่นยนต์เข้าช่วยในหลายด้านด้วยกัน คือนอกจากจะช่วยส่งสินค้าแล้ว หุ่นยนต์ยังช่วยส่งอาหารตามสั่งถึงบ้าน และที่โรงพยาบาลในเบลเยียมก็มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือใช้หุ่นยนต์เพื่อช่วยทำความสะอาดสถานที่สาธารณะในฮ่องกง เป็นต้น

หุ่นยนต์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานที่อันตรายและสกปรกซึ่งมนุษย์ไม่อยากแตะต้อง หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาลบางแห่งมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยส่งยาและเวชภัณฑ์

และในอิตาลีก็มีหุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาลซึ่งมีหน้าจอทัชสกรีน และติดตั้งกล้องไว้เพื่อช่วยดูคนไข้ที่ข้างเตียง เพื่อช่วยให้พยาบาลไม่ต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยโควิด-19 มากไป

แต่ถึงแม้จะมีการใช้หุ่นยนต์อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติ คุณเจฟ เบิร์นสตีน ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในสหรัฐก็ยอมรับว่า ยังมองไม่เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างสำคัญในอนาคตอันใกล้

และอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท ผู้สอนวิชาหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ก็ชี้ว่าปัญหาก็คือเราไม่เคยได้รับความสนใจหรือมีทรัพยากรอย่างเพียงพอเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ล่วงหน้าให้พร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดยอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท บอกด้วยว่า ความสนใจพัฒนาหุ่นยนต์นั้นมักจะมาเป็นพัก ๆ ตามวิกฤติที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้วก็จางหายไป ตัวอย่างเช่น กลุ่มงานของเขาได้พัฒนาหุ่นยนต์เลื้อยได้รูปร่างคล้ายงูเพื่อช่วยค้นหาผู้เคราะห์ร้ายซึ่งติดอยู่ในที่อับ แต่หลังจากที่ได้ใช้เพื่อช่วยชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเม็กซิโกเมื่อปี 2560 แล้ว เงินทุนสนับสนุนและความสนใจเรื่องนี้ก็จางหายไป

อาจารย์โชเซ็ทบอกด้วยว่า หุ่นยนต์ที่จะสามารถนำมาใช้แทนมนุษย์ได้เป็นอย่างดีนั้นยังต้องการการวิจัยและพัฒนาเพิ่มอีกมาก รวมทั้งต้องการเงินทุนสนับสนุนอย่างจริงจังด้วย

แต่ปัญหาของเรื่องนี้ตามที่คุณแอนดรา คีย์ กรรมการผู้จัดการของ Silicon Valley Robotics ได้ชี้ไว้ ก็คือ นักลงทุนมักต้องการผลตอบแทนอย่างรวดเร็วขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์นั้นอาจต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 ปีกว่าจะเห็นผล

ดังนั้นในยามที่วิกฤตอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้นี้ สิ่งที่เราต้องการคือการมองการณ์ไกลและเงินลงทุนแบบใจเย็น เพราะหากไม่ลงทุนล่วงหน้าแล้วเราอาจไม่มีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับสภาพเพื่อใช้งานได้ในยามที่ต้องการ

RODRIGUEZ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *