เดือน: ตุลาคม 2018

เมียน้อยขับรถชนเมียหลวง ขึ้นโรงพักให้ปากคำ ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย

เมียน้อยขับรถชนเมียหลวง “เมียน้อย” ผู้ต้องหาขับรถยนต์เฉี่ยวชนเมียหลวง ทำบาดเจ็บสะโพกหัก โดนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ขณะที่เจ้าตัวให้ปากคำอ้างแค่ต้องการขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ ไม่เจตนาเฉี่ยวชน

เมียน้อยขับรถชนเมียหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา น.ส.เอ (นามสมมติ) พร้อมด้วยพี่สาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เพื่อเข้าให้ปากคำหลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาขับรถยนต์เฉี่ยวชน น.ส.ป่าน (นามสมมติ) ที่มาตามหาชาย ซึ่งอ้างว่าเป็นสามีที่มาติดพัน เป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกเชิงกรานสะโพกแตก ขณะนี้ยังอยู่ในการรักษาของแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

เมียน้อยขับรถชนเมียหลวง

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำผู้ต้องหาว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาได้ให้การว่าในคืนวันเกิดเหตุตนได้เดินทางไปที่ร้านอาหารกับชายคนหนึ่งที่เป็นจุดเกิดเหตุจริง โดยขณะที่กำลังจะขับรถกลับออกจากร้านได้มีรถยนต์ขับเข้ามาจอดขวางหน้ารถที่ตนเป็นคนขับ และชายที่มาด้วยกันนั่งอยู่ด้านข้าง

จากนั้นหญิงที่อยู่ในรถยนต์ได้ลงมาเคาะรถยนต์ของตนเอง ตนจึงได้พยายามที่จะขับรถออกไปจากที่เกิดเหตุโดยไม่ทันได้สังเกตว่าหญิงที่มาเคาะรถได้ยืนอยู่ตรงไหน กระทั้งมาทราบภายหลังว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งก็ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เจตนาที่จะขับชนหญิงคนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับ น.ส.เอ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุก 6-10 เดือน หลังแจ้งข้อหาพักงานสอบสวนได้ให้ผู้ต้องหาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านไป เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยดี

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รถแลกยา-จับยาบ้า 2.8 แสนเม็ด ไม่ต้องจ่ายเงินสดนำรถมาแลกแทน

รถแลกยา-จับยาบ้า 2.8 แสนเม็ด  ยึดทรัพย์หลายล้านพบเครือข่ายยาบ้าไม่รับเงินสด แต่จะรับเป็นรถยนต์ แล้วนำไปขายให้เต็นท์รถ เพื่อฟอกเงินและนำไปทำธุรกิจอื่น

รถแลกยา-จับยาบ้า 2.8 แสนเม็ด วันที่ 30 ต.ค. 61 ที่ สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล รอง.ผบช.ภ.8 พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่

รถแลกยา

พร้อมด้วย พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.ปลายพระยา พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.กอ.รมน.กระบี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ของภาคใต้

โดยมีผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายขวัญชัย อายุ 33 ปี นายสุแทน อายุ 38 ปี นายณรงค์เดช อายุ 39 ปี และนายวิสุทธิ์ อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 282,000 เม็ด และยึดของกลางประกอบด้วย อาวุธปืนบาเร็ตต้า พร้อมกระสุน 11 นัด รถยนต์กระบะ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังยึดทรัพย์ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ 1 คัน ทองรูปพรรณ 31 บาท พระเลี่ยมทอง 15 องค์ เงินสด 5,500 บาท รวมทรัพย์สินที่ยึดประมาณ 2.5 ล้านบาท

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปลายพระยา และ ภ.จว.กระบี่ ได้สืบทราบว่า จะมีผู้ค้านำยาบ้ามาส่งให้กับผู้ค้าอีกรายนำไปขายต่อ จึงวางกำลังดักซุ่มรอที่ริมถนนสายนาเหนือ-พนม ม.3 ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ จับกุมนายขวัญชัย และนายสุแทน ได้พร้อมของกลาง 40,000 เม็ด ซึ่งนายขวัญชัย ได้ให้การว่ารับยาบ้ามาจากนายวิสิทธิ์

จึงไปขยายผลตรวจค้นที่ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้ของกลางอีก 200,000 เม็ด และนายขวัญชัย ยังให้การว่า มียาบ้าที่เครือข่ายซุกซ่อนอยู่อีก ที่ ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดได้อีก 42,000 เม็ด และจับกุมนายณรงค์เดช ที่เป็นผู้ครอบครองยา รวมผู้ต้องหา 4 คน ของกลางยาบ้า 282,000 เม็ด

พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ กล่าวว่า เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ เปลี่ยนจากการใช้เงินสดในการซื้อขายยาเสพติด เป็นการนำรถยนต์มาแลกกับยาเสพติด จากนั้นผู้ค้าจะนำรถยนต์ไปขายกับเต็นท์รถยนต์ต่างๆ

เป็นการฟอกเงินอีกรูปแบบหนึ่ง อีกทั้งผู้ค้ายังได้นำเงินจากการขายรถไปลงทุนเปิดกิจการต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามยึดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายนี้ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

มอบตัวแล้ว ! มือฆ่ายัดบ่อเกรอะ ปฏิเสธทุกข้อหา แต่ตำรวจไม่หนักใจ

มอบตัวแล้ว ผู้ต้องสงสัยคดีใช้มีดสับหน้าผู้ตายจนเละ หมกศพบ่อเกรอะหลังร้านอาหารเจ พื้นที่ สน.ลาดกระบัง เข้ามอบตัว พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ด้านตำรวจไม่หนักใจ เผยมีหลักฐานเด็ด

มอบตัวแล้ว จากกรณีที่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 14.30 น. พบศพ นายประสิทธิ์ หรือ หรั่ง อายุ 61 ปี อยู่ภายในบ่อเกรอะด้านหลังร้านอาหารเจ ริมถนนร่มเกล้า พบบาดแผลถูกของแข็งทุบ ฟันเข้าที่ศีรษะ จนใบหน้าเละ

มอบตัวแล้ว

และถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณลำตัว 5 แผล แขนซ้าย 1 แผล จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในร้านบริเวณห้องครัว พบเศษหนังศีรษะ เส้นผม และคราบเลือดกระจายติดเต็มฝาผนัง นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (28 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า หลังศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา นายบุญยืน อายุ 68 ปี ผู้ต้องหาจึงเดินทางมามอบตัวที่ สภ.อ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากนั้นได้ส่งตัวมายังสถานีตำรวจนครบาลลาดกระบัง ซึ่งทางเราออกหมายจับผู้ต้องหาโดยคำบอกกล่าวของพยานแวดล้อมว่า ผู้ตายกับผู้ต้องหาสนิทกัน มีการเข้านอกออกในที่ร้านเป็นประจำอยู่แล้ว และชอบมีปากมีเสียงกันเป็นประจำ

เบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การวกไปวนมาอยู่ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น แต่ถึงผู้ต้องหาจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม ทางตำรวจก็ไม่หนักใจ เพราะมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือผลตรวจจากคราบเลือด (DNA) ที่ติดอยู่ในอาวุธ เสื้อผ้า ที่ตรวจยึดมาในที่เกิดเหตุ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจจับ 91 เด็กแว้น ยึดรถ 91 คัน รวบ 3 แอดมินเพจเฟซบุ๊กนัดแข่ง

ตำรวจจับ 91 เด็กแว้น พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ 91 คัน และรวบตัว 3 แอดมินเพจเฟซบุ๊ก ประกาศนัดซิ่งป่วนเมือง

ตำรวจจับ 91 เด็กแว้น (27 ต.ค.) เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมกลุ่มเด็กแว้น

ตำรวจจับ

หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส พระราม 4 โดยสามารถจับกุมกลุ่มเด็กแว้นทั้งหมด 91 ราย แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 46 ราย เยาวชน 45 ราย โดยมี 2 ราย พบสารเสพติดแอมเฟตามีนในปัสสาวะ แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 1 ราย เยาวชน 1 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ได้ทั้งหมด 91 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 62 คัน และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 29 คัน

พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังจับกุม แอดมินเพจ 3 รายที่มีพฤติกรรมชักชวนคนมาประลองความเร็ว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ตำรวจทำการปิดเพจนัดประลองความเร็วไปแล้ว 97 เพจ โดยจับกุมแอดมินเพจรวมทั้งหมด 81 ราย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

“สมเกียรติ”สร้างชื่อกระหึ่มบิดเข้าที่9เก็บแต้มโมโตทรี

สมเกียรติสร้าง ก้อง-สมเกียรติ” คนไทยคนแรก สร้างชื่อกระหึ่มสนามช้างฯ!!! บิดเข้าที่ 9 เก็บแต้ม ประวัติศาสตร์ “โมโตทรี” บนแผ่นดินแม่ครั้งแรก ที่บุรีรัมย์

สมเกียรติสร้าง ก้อง”สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งมือไวลด์การ์ด หมายเลข 35 ของ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สร้างชื่อต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทยเมื่อบิดเข้าอันดับ 9 คว้าแต้มประวัติศาสตร์สำคัญ ในศึก “โมโตทรี” ครั้งแรกที่สนามช้าง

อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และนับเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแต้มได้สำเร็จในการแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลก ในสนามโฮมเรซของตัวเอง

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี สนามที่ 15 ของฤดูกาล 2018 รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ ปรีซ์ ณ สนาม ช้าง

อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 เป็นการดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ ท่ามกลางสภาพอากาศแจ่มใส และมีแฟนๆ ชาวไทย ชาวต่างชาติ มาชมกันแน่นทั้งบริเวณ แกรนด์ สแตนด์ และ ไซด์ สแตนด์

สมเกียรติสร้าง

โดยเวลา 11.00 น. เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของรุ่นโมโตทรี ดวลความเร็ว 22 รอบสนาม โดยเรซนี้มีนักบิดไทยสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า

ลงแข่ง 2 รายคือ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ หมายเลข 41 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ทกริดที่ 21 และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดดาวรุ่งของไทยที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ด ของ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ออกสตาร์ทกริดที่ 24

ก่อนเรซจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมรอบสนาม รวมถึงผู้ชมที่รับชมการถ่ายทอดสดเมื่อ “ชิพ” และ “ก้อง”

นำธงชาติไทยเข้ามาที่สนามพร้อมกับรถแข่งคู่ใจของพวกเขา ก่อนทั้งสองจะปูธงบนพื้นแล้วคุกเข่าก้มกราบพื้นแทร็ค อันเป็นแผ่นดินบ้านเกิด ที่พวกเขาได้ลงแข่งรายการระดับโลกครั้งแรก และบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของเมืองไทย

ส่วนการแข่งขัน เมื่อสิ้นสัญญาณไฟ สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 ออกตัวจากกริดได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนบิดคันเร่งแซงคู่แข่งขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องหลังผ่านไป 6 รอบสนาม ท่ามกลางคู่แข่งมือพระกาฬจากต่างแดนที่พยายามช่วงชิงอันดับเก็บแต้มในสนามแห่งนี้ กระนั้น “เจ้าก้อง” ก็ยังรักษาพื้นที่ของตัวเองในการลุ้นแต้มในโฮมเรซได้อย่างเหนียวแน่น

และในรอบสุดท้าย สมเกียรติ โชว์ฟอร์มนิ่งพารถเข้าเป็นลำดับที่ 9 ส่งผลให้เจ้าตัวเก็บแต้มเข้ากระเป๋าไป 7 แต้ม ด้วยเวลา 38 นาที 12.432 วินาที

ขณะที่ นครินทร์ ไม่มีแต้มหลังพลาดล้มในช่วง 2 รอบสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย ส่วนแชมป์ตกเป็นของ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ นักบิดชาวอิตาเลียน สังกัด เดล คอนชา เกรซินี โมโตทรี เวลา 38 นาที 10.789 วินาที

สำหรับ สมเกียรติ จันทรา สร้างประวัติศาสตร์สำคัญในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยเมื่อเจ้าตัวกลายเป็นนักบิดชาวไทยคนแรกที่คว้าแต้มในรายการ โมโตทรี ที่โฮมเรซบ้านของตัวเอง ต่อ

  • หน้าผู้ชมชาวไทย นับเป็น 7 แต้มล้ำค่าที่สำคัญยิ่ง หลังเพิ่งได้รับข่าวดีจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า
  • ทีม เอเชีย ด้วยการผลักดันเข้าร่วมทีมเพื่อแข่งขันในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 แบบเต็มฤดูกาล

ขอขอบคูณ http://www.siamsport.co.th/auto/other/view/93823

มาร์เกซรั้งกลุ่มหน้าโมโตจีพี- “สมเกียรติ”เด็กไทยฟอร์มสุดเจ๋งซิวที่11

มาร์เกซแชม  มาร์เกซ แชมป์โลกโมโตจีพีชาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ร้อนแรงรั้งกลุ่มหน้าวันแรกของการซ้อม พีทีที ไทยแลนด์

มาร์เกซแชม กรังด์ปรีซ์ พร้อมเดินหน้าล่าแชมป์ ขณะ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หมายเลข 35 ฟอร์มดี รั้งอันดับ 11 หลังจบการซ้อมวันแรกที่

สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2018 สนาม 15 รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ มีคิวดวลความเร็วที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ โดยในวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

นักบิดทั้ง 3 ต่างพร้อมลงนำรถแข่งลงแทร็กเพื่อซ้อม 2 ครั้งแรก

มาร์เกซแชม

ผลการซ้อมวันแรกปรากฏว่า มาร์ค มาร์เกซ จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพจาก เรปโซล ฮอนด้า รั้งอันดับ 4 หลังรวมผลซ้อม 2 ครั้ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 31.188 วินาที

ตามหลังหัวแถวเพียง 0.098 วินาที เท่านั้น ด้าน แดนี เปโดรซ่า ทีมเมทรั้งอันดับ 8 ในวันแรก ตามหลังหัวแถว 0.295 วินาที

ขณะที่นักบิดจากทีมอิสระของ ฮอนด้า อย่าง คาล ครัทช์โลว ชาวอังกฤษจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ทำเวลาติดท็อปทรี ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 31.164 วินาที รั้งอันดับ 3 ตามหลังหัวแถวเพียง 0.074 วินาที เท่านั้น ส่วนทีมเมทอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่น รั้งอันดับ 13 ตามหลังหัวแถว 0.624 วินาที

นอกจากนี้ ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ มีนักบิดไทยสังกัด ฮอนด้า ลงแข่งขัน 2 คน ได้แก่ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ เจ้าของหมายเลข 41 จาก ฮอน้ดา ทีม เอเชีย และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งอีก 1 คน จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หมายเลข 35

ภายหลังลงซ้อม 2 ช่วง สมเกียรติ ทำผลงานได้ดีที่สุดของนักบิดไทย รั้งอันดับ 11 ในวันแรก ด้วยเวลาต่อรอบ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 43.774 วินาที

ตามหลังจ่าฝูงอย่าง จาคุบ คอร์นฟีล นักบิดเช็กจาก เรด็อกซ์ พรุสเทล จีพี เพียง 0.359 วินาที เท่านั้น

ด้าน นครินทร์ ยังคงมีปัญหาในการเซ็ตอัพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าตัวพยายามอย่างหนักในการไล่กดเวลาต่อรอบ จบวันแรกนักบิดจากขอนแก่นรั้งอันดับ 29 ด้วยเวลา 1 นาที 44.950 ตามหัวแถว 1.535 วินาที

สำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์? กรังด์ปรีซ์ จะลงซ้อมและควอลิฟาย

  • ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคมนี้ ก่อนจะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมนี้ โดย
  • ในรุ่น โมโตทรี จะออกสตาร์ทเวลา 11.00 น. โมโตทู เวลา 12.20 น. ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง โมโตจีพี จะแข่งขันในเวลา 14.00 น.

ขอขอบคูณ http://www.siamsport.co.th/auto/other/view/93476

 …

เจ็ตสกีไทยคว้าเพิ่ม1แชมป์โลก 2รองแชมป์โลก

ขุนพลเจ็ตสกี ทีมชาติไทย ยังทำผลงานดีต่อเนื่องในศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “เวิลด์ ไฟนอล 2018” ที่ เลค ฮาวาซู ซิตี้ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐ อเมริกา ได้เพิ่มอีก 1 แชมป์โลกและ 2 รองแชมป์โลก

ขุนพลเจ็ตสกี จาก ธีรภัทร มีชัย ในตำแหน่งแชมป์โลก และ ธีระพงษ์ พิมพาวัตร กับ สุภทัต ฟูตระกูล ได้รองแชมป์โลกเมื่อวันที่ 3 ต.ค. หลังจากวันแรกเปิดตัวด้วย 2 แชมป์โลก

ศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “เวิลด์ ไฟนอล 2018” ที่ เลค ฮาวาซู ซิตี้ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐ อเมริกา ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม เข้าสู่วันที่ 2 ของการชิงแชมป์โลกวันที่ 3 ต.ค. หลังจากวันแรกมี ทศวนนท์ เผือกผ่อง กับ นันทวัฒน์ สิงห์อุไร คว้าแชมป์โลกให้ทีมชาติไทยมาแล้ว 2 แชมป์

รุ่นที่ทีมชาติไทยมีลุ้นมากที่สุดประจำวันเป็นในรุ่นสมัครเล่นเจ็ตสกีนั่ง 1,100 ซีซี (Amateur Runabout 1,100 ss) โดยในโมโตแรกเป็น ด.ช.ธีรภัทร มีชัย ดาวรุ่งวัย 14 ปี ที่ออกตัวได้ดีกว่าเพื่อน

ขุนพลเจ็ตสกี

ขึ้นนำในรอบแรกสูสีกับ สุภัค เสร็จธุระ และ ธีรภัทร ก็ไม่มีแผ่วเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 สุภัค ตามมาเป็นอันดับ 2 ตามด้วยพาเหรดของนักแข่งไทยทั้ง ธีระพงษ์ พิมพาวัตร, บุ๊ค เสริมสุวรรณ ทำให้นักแข่งไทยเข้าป้าย 4 อันดับแรก

ก่อนที่โมโต 2 ธีรภัทร ยังขับได้ในฟอร์มเดิมเข้าเป็นที่ 1 ได้อีกโมโต ขณะที่ สุภัค พยายามไล่จนเรือมีปัญหาเร่งไม่ขึ้นทำให้เข้าเพียงอันดับ 4 ในโมโตนี้มี ธีระพงษ์ พิมพาวัตร เป็นอันดับ 2 ตามด้วย ธีรพงศ์ ขุนเจ๋ง

และสุภัค เมื่อรวมคะแนนทั้ง 2 โมโตแบบใครได้คะแนนน้อยที่สุดได้แชมป์แล้วเป็น ธีรภัทร คว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยแรกด้วยการมี 2 คะแนน ตามด้วย ธีระพงษ์ พิมพาวัตร ได้ 5 คะแนน เป็นรองแชมป์โลก อันดับ 3 สุภัค เสร็จธุระ ได้ 6 คะแนน แถมยังมี ธีรพงศ์ ขุนเจ๋ง ที่มี 9 คะแนนได้อันดับ 4 อีกคน

ขณะที่รุ่นสมัครเล่นเจ็ตสกีนั่งจำกัดการแต่งเครื่องยนต์ (Amateur Runabout Limited) ทีมชาติไทยมี สุภทัต ฟูตระกูล กับ ธีระพงษ์ พิมพาวัตร

ลงสู้กับบรรดาตัวเต็งจาก โมร็อกโก, คูเวต, ยูเออี และสหรัฐเจ้าถิ่น ซึ่งโมโตแรกผลงานของนักแข่งไทยออกตัวไม่ดีนัก สุภทัต เข้าเป็นอันดับ 5 และ ธีรพงษ์ ได้อันดับ 9 มี

ยาห์ย่า รัมมาห์ จากโมร็อกโกเข้าเป็นที่ 1 แต่ในโมโต 2 สุภทัต กลับมาได้อย่างยอดเยี่ยมออกนำตั้งแต่รอบแรก และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ต้องลุ้นให้ รัมมาห์ เข้าเป็นอันดับที่ 5 จะคว้าแชมป์ไปครองทันที แต่โชคไม่เข้าข้างนักแข่งโมร็อกโกได้อันดับที่ 4 จึงคว้าแชมป์ไปด้วยการมี 5 คะแนน อย่างไรก็ตาม สุภทัต ยังได้ตำแหน่งรองแชมป์โลกได้ 6 คะแนน อันดับ 3 เป็น คาลิด อัลมาซมี จากคูเวต 7 คะแนน ส่วน ธีระพงษ์ เรือมีปัญหาต้องถอนตัวจากโมโต 2 ไป

  • ส่งผลให้การแข่งขันชิงแชมป์โลกในช่วง 2 วันแรกทัพนักเจ็ตสกีไทยคว้าไปแล้ว 3 แชมป์
  • โลกกับอีก 2 รองแชมป์โลก และเชื่อว่ายังจะมีลุ้นแชมป์โลก

ขอขอบคูณ http://www.siamsport.co.th/other/other/view/93262

สรัลชนา-พรรณรายณ์ นำร่วมเปิดสวิง สิงห์ ไทยแลนด์ อเมเจอร์

สรัลชนา รัตนสินธุ์, พรรณรายณ์ มีสมอรรถ และหลิน ควน-หยู จากไต้หวัน นำร่วมบุคคลหญิงที่อีเว่นพาร์ 70 ขณะที่ ภูพิรัฐ-นพรัฐ และวาริษ รั้งอันดับ 3 ร่วมบุคคลชายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 68 ตามหลังยูโตะ วาตานาเบ้ ผู้นำจากญี่ปุ่น 2 สโตรค จากการแข่งขันรอบแรกกอล์ฟสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย

สรัลชนา “สิงห์ ไทยแลนด์ อเมเจอร์ โอเพ่น ครั้งที่ 84” ณ สนามปัญญาอินทรากอล์ฟคลับ (คอร์สบีและซี) พาร์ 70 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

รายการนี้เป็นแมตช์ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการแข่งขันในระบบสโตรคเพลย์ 4 วัน 72 หลุม ชาย-หญิง แข่งขันระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม 2561 ใช้แท่นทีชาย ระยะ 6,867 หลา และหญิง 6,035 หลา

ผู้ชนะเลิศประเภทชาย ได้ครองถ้วยพระราชทาน รัชกาลที่ 7 ส่วนประเภทหญิง ครองถ้วยเกียรติยศ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งปีนี้มีนักกอล์ฟจากชาติต่างๆเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 14 ประเทศรวม 110 คน

ประกอบด้วย ญี่ปุ่น, โปแลนด์, จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, อินเดีย, ศรีลังกา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เมียนมาร์ และประเทศไทย

สรัลชนา

จบวันแรกประเภทชาย ยูโตะ วาตานาเบ้ สวิงหนุ่ม วัย 19 ปี จากเมืองนิงาตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มาซุ่มซ้อมอยู่ในไทยนาน 6 เดือน และลงแข่งรายการนี้เป็นแม็ทช์ที่ 10 ในเมืองไทย เก็บได้ก่อน 4 อันเดอร์พาร์ 66 จาก 5 เบอร์ดี้ 1 โบกี้

โดยมี โฮ หยู-เชง จากไต้หวันตามหลังสโตรคเดียว ขณะที่นักกอล์ฟไทยดีที่สุดในลำดับ 3 ร่วม มีสามคน ได้แก่ “บูม” ภูพิรัฐ กลิ่นเกษร วัย 20 ปีจากนครปฐม, “เอด้า” นพรัฐ พานิชผล วัย 19 ปี จากสระแก้ว และ “ภูมิ” วาริษ มั่นธรณ์ วัย 15 ปี จากนครพนม ที่สกอร์เท่ากันคนละ 2 อันเดอร์พาร์ 68

ภูพิรัฐ กล่าวว่า “เล่นรายการนี้เป็นครั้งแรก ภูมิใจที่ได้แข่งในรายการใหญ่และเป็นถ้วยพระราชทานฯ สกอร์วันนี้พอใจมากครับเพราะเป็นวันแรกยังมีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย วันต่อๆไปน่าจะดีขึ้น” ทางด้านนพรัฐ เผยว่า “วันนี้ยังไม่พอใจผลงานเท่าไหร่ น่าจะทำได้ดีกว่านี้ พรุ่งนี้คงต้องเน้นช็อตต่างๆให้ละเอียดขึ้น

เป็นปีแรกที่ได้เล่นก็หวังว่าจะทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด” ส่วนวาริษ เปิดใจว่า “ยังมีปัญหากับการพัตต์ วันนี้คงต้องกลับไปเน้นซ้อมตรงนี้ ช่วงบ่ายค่อนข้างมีลม ก็ต้องวางแผนเล่นกับลมให้มากชึ้น พอใจสกอร์วันแรกแล้ว คิดว่าวันต่อๆไปคงจะทำได้ดีขึ้น”

ประเภทหญิง มีผู้นำร่วม 3 คน ที่สกอร์อีเว่นพาร์ 70 ได้แก่ “อุ้ม” สรัลชนา รัตนสินธุ์ วัย 15 ปีจากกรุงเทพฯ, “ควีน” พรรณรายณ์ มีสมอรรถ วัย 14 ปีจากชลบุรี และ หลิน ควน-หยู จากไต้หวัน ขณะที่อันดับ 4 เป็นของ “เต็นท์” ฐิตาพร สายทิพย์ สาวโคราชวัย 15 ปี

ที่จบ 1 โอเวอร์พาร์ 71 สรัลชนา กล่าวว่า “วันนี้เล่นอยู่ในแฟร์เวย์ 12 หลุมทำเรกกูล่าร์ออน 11 กรีนและเก็บได้ 29 พัตต์ เล่นรายการนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกภูมิใจและดีใจที่มีโอกาสได้ลงแข่งกับเพื่อนต่างชาติในรายการใหญ่ที่บ้านเรา พอใจผลงานวันแรกมาก เพราะตอนออกสตาร์ททำได้ไม่ค่อยดี อีกสามวันที่เหลือจะพยายามเล่นเต็มที่” ส่วนพรรณรายณ์ กล่าวว่า

“ลงแข่งรายการนี้เป็นครั้งแรก วันนี้ทำได้ 5 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ และออกทริปเปิ้ลโบกี้ที่หลุม 17 พาร์ 4 ทั้งๆที่ทำมา 2 อันเดอร์แล้ว โชคไม่ดีที่ตีไปตกทราย และเล่นเร็วไปหน่อยทำให้ตก

  • น้ำอีก แต่ยังดีที่เก็บเบอร์ดี้หลุมสุดท้ายได้เข้ามาสแควร์พาร์ คิดว่าตัวเองทำได้ดีกว่านี้ เพราะ
  • สภาพสนามดีมากระยะไม่ไกลเกินไป กรีนก็เฟิร์มมาก ถึงแม้ฝนจะตกก็ไม่แฉะ พรุ่งนี้เอาใหม่”

ขอขอบคูณ http://www.siamsport.co.th/golf/other/view/92899

สวนผึ้ง-ตลาดน้ำดำเนินสะดวก-บ้านโป่ง-โพธาราม-จอมบึง-เมืองลับแล จังหวัดราชบุรี

ตลาดน้ำดำ เที่ยวไหนดีแบบกึ่งสโลว์ไลฟ์ไม่เร่งรีบ เที่ยวราชบุรีพิกัดเด็ดๆ รอบเมืองกันดีกว่า เส้นทางนี้

ตลาดน้ำดำ เหมาะที่จะขับรถแวะพักเที่ยวรายทางเพลินๆ และได้รับความนิยมมาก เพราะมีที่เที่ยวให้แวะเรื่อยๆ แถมไม่ต้องลุยให้ลำบาก ทั้งที่เที่ยวสำหรับแวะชม ชิม ช้อปปิ้งแบบสบายๆ เช่น ปางช้างเผือกดำเนินสะดวก ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลั๊ก ตลาดอมยิ้ม สวน

ตลาดน้ำดำ

รุกขชาติถ้ำจอมพล วัดถ้ำสาลิกา พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาลัยฟาร์ม ตลาดปลาบ้านโป่ง โรงงาน

  • เซรามิกเถ้าฮงไถ่ เขาวังสะดึง และเขางู เป็นต้น รับรองว่าทริปเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมเส้นทาง
  • นี้คุณจะได้ฟินและอิ่มไม่แพ้เส้นทางเที่ยวเมืองใหญ่อื่นๆ เลย

ขอขอบคูณ https://www.skyscanner.co.th/news/inspiration/thailand-destinations-for-october-2016