เดือน: เมษายน 2020

พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คืออะไร มีข้อห้ามอะไร สิ่งที่ประชาชนต้องควรรู้

มีหลายๆ

 

มีหลายๆ คนมีความสงสัยว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คืออะไร

ฉะนั้น เราก็เลยเอาความหมายของคำว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาอธิบายให้เพื่อนๆ ศึกษากันว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คืออะไร มีข้อห้ามอะไรบ้าง และผู้ที่ขัดต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะได้รับโทษอะไร

พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือ รัฐกำหนด (Emergency Decree)​ หมายถึง กฎหมายรูปแบบหนึ่งซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี

โดยอาศัยอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญวางไว้ว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยสาธารณะหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา

ซึ่งจะต้อง ได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระราชกำหนดมีผลใช้บังคับได้ดังพระราชบัญญัติ ดังนั้นพระราชกำหนดจึงแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกพระราชบัญญัติได้

พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คืออะไร มีข้อห้ามอะไรบ้าง

-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ กฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษแก่รัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ
-ข้อห้าม ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ม.9)
-ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด
-ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน
-ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีตนบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
-ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะ
-ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ใดๆ
-ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ที่กำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย

อำนาจเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ม.11)

-มีอำนาจจับกุม ควบคุมบุคคลต้องสงสัย
-มีอำนาจออกคำสั่งให้เรียกบุคคลต้องสงสัยมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่
-มีอำนาจออกคำสั่งยึด อายัดอาวุธ
-มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ทำลาย
-มีอำนาจออกคำสั่งตรวจสอบสิ่งพิมพ์ การสื่อสารด้วยวิธีต่างๆ
-ห้ามมิให้กระทำ หรือให้กระทำการใดๆ เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและประชาชน
-มีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดออกไปนอกราชอาณาจักร
-มีอำนาจสั่งการ ให้คนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร ในกรณีเป็นผู้ต้องสงสัย
-การซื้อขายวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ซึ่งอาจใช้ในการก่อการร้าย ต้องได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่
-ออกคำสั่งให้ทหารช่วยเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองหรือตำรวจระงับเหตุร้ายแรง
ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ…

โรงเรียนประถมในหางโจว ปิ้งไอเดียเจ๋ง ให้ นร. ใส่หมวก DIY ช่วยเว้นระยะห่าง

การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด -19 “โรงเรียน” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งรวมของผู้คนจำนวนมาก ทั้งเด็กนักเรียนและบุคลากร เช่น ครู หรือเจ้าหน้าที่ต่างๆ ทำให้ต้องมีการปิดภาคเรียนในครั้งนี้เป็นเวลานาน

การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในหางโจว ประเทศจีน

แต่ในประเทศไทย รัฐบาลให้มีการเลื่อนการเปิดเทอมไปจนถึงวันที่ 1 กรฎาคม 63 แต่ก็มีบางโรงเรียนที่มีการเปิดสอนแบบออนไลน์เพื่อไม่ให้การเรียนการสอนถูกทิ้งช่วงนานเกินไป แต่ในต่างประเทศก็มีบางประเทศที่ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ เริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง แต่ก็เป็นในรูปแบบของการเฝ้าระวัง ใช้การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อป้องการการติดต่อและแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19

ประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีการล็อกดาวน์เมือง ทำให้โรงเรียนต้องถูกปิดนานถึง 3 เดือน ล่าสุดได้เปิดเรียนอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยผู้ใช้ Twitter ชื่อแอคเคาน์ @Sixth Tone ได้โพสต์ภาพของโรงเรียนประถม Yangzheng ในหางโจว ประเทศจีน ในวันเปิดเทอมวันแรก ที่เด็กนักเรียนต้องสวมหมวกที่มีความกว้างราว 1 เมตร โดยอาจารย์ใหญ่ระบุว่า เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและคุ้นเคยกับการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งหมวกแต่ละใบเป็นการ DIY ตามความคิดสร้างสรรค์…

หายใจสู้ภัย “โควิด-19” เพื่อสุขภาพปอด

เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 จะตรงเข้ามาทำร้ายปอด ทำให้ปอดอักเสบ ทำให้เราเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก เพื่อเปนการป้องกัน เราจึงควรใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของปอดให้มากขึ้นด้วยตนเอง

ฝึกหายใจสู้ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19

เพราะโควิด-19 ทำให้ปอดอักเสบ หายใจเหนื่อยหอบ
อ.พญ.ฑิมภ์พร วิทูรพงศ์ ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การติดชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ทำให้ปอดอักเสบ มีเสมหะอุดกั้นถุงลมปอด ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง เกิดอาการเหนื่อยหอบ ไปจนถึงภาวะหายใจล้มเหลว

การฝึกหายใจ ฟื้นฟูปอด สู้โควิด-19
ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจไม่รุนแรง สามารถฝึกการหายใจได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟ่บ และฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

-หายใจแบบใช้กล้ามเนื้อกระบังลม หายใจเข้าท้องป่อง มือที่หน้าท้องถูกดันออก

-หายใจแบบเป่าปาก หายใจเข้าท้องป่อง แล้วเป่าลมออกทางปากช้าๆ

-ไออย่างมีประสิทธิภาพ หายใจเข้าลึก กลั้นไว้ 2 วินาที ไอออกให้เร็ว และแรง

-ฝึกหายใจร่วมกับการเคลื่อนไหวทรวงอก ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมหายใจเข้า เอามือลง พร้อมหายใจออก

และฝึกหายใจ 3-5 ครั้งต่อรอบ แต่ละรอบพัก 1 นาที ทำได้หลายๆ รอบต่อวัน…

“จบ” ให้เจ็บน้อยที่สุด วิธียุติความรัก ที่ทำให้อีกฝ่ายไม่เสียความรู้สึก

เรื่องของคนสองคนและเป็นเรื่องของความรู้สึก ความผูกพันมากกว่า ตรรกะ และ เหตุผล เมื่อถึงเวลาที่คนสองคนรู้สึกว่าไปกันไม่ได้ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังคงมีความรู้สึก ‘รัก’ อยู่ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกแล้ว และ อยู่ด้วยความอึดอัดใจ ความสัมพันธ์แบบนี้ต่อให้ประคองต่อไปก็คงไม่ยั่งยืน เนื่องจากอีกฝ่ายหมดใจไปแล้ว

ความผูกพันมากกว่า ตรรกะ และ เหตุผล

มันเป็นเช่นนี้อย่าปล่อยให้ทรมานกันอยู่เลย มีนักจิตวิทยาที่ปรึกษาชีวิตคู่ได้แนะแนวทางในการบอกยุติความสัมพันธ์โดยที่อีกฝ่ายนั้นยังคงรักคุณอยู่ เป็นการจบความสัมพันธ์แบบเจ็บน้อยที่สุดโดยที่ทั้งคู่ยังอาจจะมองหน้าอีกฝ่ายได้อยู่

สำรวจตัวเอง
บอกตัวเองตลอดเวลาว่าไม่ได้รู้สึกรักเขาหรือเธออีกแล้วขอให้สำรวจตัวคุณเองให้แน่ใจเสียก่อน เริ่มตั้งแต่

-เป็นรูปแบบที่คุณต้องการใช่หรือไม่
-พยายามมากเกินไป/ไม่ที่จะรักษาสัมพันธ์
-ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งที่ไม่ได้อยากเปลี่ยน
-ความอึดอัดใจ
-ไม่ต้องเป็นฝ่ายเสียสละ

เปิดใจคุย
ลองไตร่ตรองดูว่าความรักที่เกิดขึ้นนั้นจะสามารถทำให้คุณอยู่กับคนรักได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หากไม่ได้ขอให้นั่งคุยกันดีๆ เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่คุณรู้สึก บอกเหตุผลกับคนรักของคุณไปว่าทำไมไม่บอกเรื่องที่อึดอัดใจเหล่านั้นตั้งแต่ต้นเพื่อที่จะได้ปรับตัวเข้าหากัน เป็นเพราะคุณไม่อยากทำร้ายความรู้สึกอีกฝ่าย หรือคุณเพิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเหมือนการบังคับตัวเอง

-การคุยกันแบบตรงไปตรงมาและจริงใจ
-อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
-อย่าพยายามหลบเลี่ยงที่จะคุย เพราะเหล่านั้นเท่ากับคุณกำลังทำร้ายตัวเองและคู่รัก

การคุยในลักษณะนี้จะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นและอีกฝ่ายจะได้ทำใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีดราม่า ตามมาน้อยที่สุด จำไว้เสมอว่าถ้าคิดจะเลิกกับใครแล้วใช้วิธีหลบหน้ากันไปนั้น เท่ากับคุณได้ทำร้ายคนหนึ่งคนและสร้างปมในใจตนเอง

อดทนจากการตอบโต้
สิ่งหนึ่งที่คุณต้องทำใจกับการเลิกรา ทั้งที่อีกฝ่ายยังคงรักคุณอยู่ คือดราม่า ที่จะตามมาเพราะแม้จะมีการคุยกันแบบตรงไปตรงมา และ จริงใจสุดท้ายแล้ว คู่รักของคุณก็ต้องแสดงอาการตอบสนองในด้านลบออกมา

ขอให้คุณอดทน อย่าได้ตอบโต้ใดๆ ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน เพราะคนที่ถูกบอกเลิกนั้น นอกจะรู้สึกเสียใจแล้ว ยังรู้สึกอับอายตามมา เพราะรู้สึกเหมือนถูกบอกว่าตนเองไม่มีค่า ยิ่งถ้าคู่รักของคุณฟังคนรอบข้าง ที่ต้องมาพร้อมกับแพทเทิร์น ว่าคุณมีคนที่สาม คุณกำลังคบซ้อน แล้วมาบอกเลิกคุณ เหล่านี้ยิ่งสร้างความรู้สึกโกรธและเกรี้ยวกราด ให้กับคู่รักที่กำลังจะกลายเป็นอดีตคู่รักของคุณอย่างแน่นอน

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
หากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขอให้จำไว้ว่า คุณมีเป้าหมายคือต้องการจบความสัมพันธ์ แบบเจ็บน้อยที่สุด

ดังนั้นขอให้อดทน ให้มากที่สุดไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้ ด้วยวาจา ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย หรือ เอาคุณไปพูดถึงในทางที่ไม่ดีกับคนอื่น ขอให้อดทน ไม่ตอบโต้ไม่เกิน สามเดือน เหตุการณ์เหล่านั้นจะยุติไปเอง

และ คุณสามารถที่จะปิดช่องทางการติดต่อทางโซเชียลได้ และ มุ่งไปที่การทำงาน หรือการเรียน คิดถึงเป้าหมายในชีวิตเอาไว้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะคุณบอกเลิกกับคู่รักของคุณด้วยเหตุและผล ด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ได้หลบหน้าคุณทำทุกอย่าง อย่างเปิดเผย

ดังนั้นคุณไม่ได้ทำผิดอะไร ขอให้ดำเนินชีวิตต่อไป และจำไว้ว่าไม่มีใครสนใจเรื่องของคนอื่นนาน ดังนั้นจงสนใจหัวใจและความรู้สึกของตนเองให้มากที่สุด…

“​ตุ้ย กรวิทย์” จับมือแฟนสาว เข้าประตูวิวาห์ชื่นมื่น

“​ตุ้ย กรวิทย์” นามวิเศษ ดีกรีแข้งทีมชาติไทยวัย 33 ปี เข้าสู่ประตูวิวาห์ ยกขันหมากไปสู่ขอและจัดงานแต่งอย่างเรียบง่ายที่ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านของเจ้าสาว “​น้องเจน ณัฐกานต์ มาตรศรี” หลังได้คบหาดูใจกันมากว่า 3 ปี

“​ตุ้ย กรวิทย์ นามวิเศษ” อดีตแข้งทีมชาติไทยควงแฟนสาวเข้าวิวาห์

“​ตุ้ย” ​กรวิทย์ นามวิเศษ ได้บอกถึงการตัดสินใจสละโสดในครั้งนี้ว่า

“​คงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว และช่วงนี้เป็นช่วงที่ว่างจากการที่ฟุตบอลลีกเลื่อนแข่งขันด้วย เราจัดงานอย่างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญใครมากมาย เพราะเข้าใจในสถานการณ์ของความเสี่ยง หลังจากแต่งงาน เรื่องของอนาคตยังไม่ได้วางแผนอะไรเอาไว้มาก รอให้พ้นช่วงของไวรัสโควิด พร้อมรอให้ฟุตบอลกลับมาแข่งขันได้ก่อน และคงจะเล่นฟุตบอลไปให้จบฤดูกาล แต่หลังจากจบซีซั่นปีนี้จะกลับมาคิดกันอีกที ว่าเรายังจะเล่นต่อไหวหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจต่อไป “​

“ส่วนเรื่องของทายาท ไม่ได้วางแผนอะไรคงจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาอยากมาตอนไหนเราพร้อมอยู่แล้ว จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”​

คุณแม่สายโซเชียล “มิ้วกี้ ไปรยา” สวย รวย แซ่บ

เป็นอีกหนึ่ง คุณแม่ลูกหนึ่งที่อีกทั้ง สวย เซ็กซี่ มีความสามารถรอบด้าน จนแฟนๆแห่พากดไลก์รัวๆ

มีความสามารถรอบด้าน

ถึงจะมี “น้องกาเนส “ ลูกชายวัย 3 ขวบสุดแต่ความเซ็กซี่ยังไม่ลดน้อยลงเลยสักนิด “มิ้วกี้” อดีต Miss Sexy Leo Girl 2012 เดินหน้าแจกความเผ็ดโดยตลอด โดยมีสามี ดีเจแดนนี่ ดานิเอล เบล็สซิ่ง ยอดเยี่ยมหนุ่มโสด

คลีโอปี 2007 เป็นกำลังใจที่ดีอยู่เคียงคู่เสมอ

มีความสามารถรอบด้าน

สวย เซ็กซี่ มีความสามารถรอบด้าน

ไม่ใช่แค่ความเซ็กซี่เพียงอย่างเดียว “มิ้วกี้” ยังมีความรู้ความสามารถมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลงร่วมฟีทเจอริ่ง กับ “เดย์ ไทยเทเนียม” เต้น หรือ เป็นคุณแม่สายโซเชียลที่มักมีคอนเทนท์ออกมาเสิร์ฟแฟนๆที่ติดตามทางยูทูป ช่อง Milky Praiya ที่มีคนผู้ติดตามกว่า 1.23 แสนคน โดยส่วนมากเป็นคลิปไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธอ พาเที่ยว แล้วก็พาช้อปปิ้งของแบรนด์เนมรัวๆกระทั่งโดนวิภาควิจารณ์เยอะ ว่าอวดรวย ขี้โชว์ แต่ว่าเธอก็อดทน ไม่แคร์เสียงวิภาควิจารณ์เหล่านั้น เดินหน้าทำสิ่งที่ตัวเองรักต่อไป

มีความสามารถรอบด้าน

ซึ่งกว่าจะมีชีวิตที่สวยหรูแบบในวันนี้ ชีวิตจริงของเธอ เป็นใคร ผ่านอะไรมาบ้าง “มิ้วกี้” ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองในยูทูป ช่อง Milky Praiya แล้วค่ะ

“ตอนเด็กๆ ไม่ค่อยมีเงิน ไปเดินตลาด อยากได้ของเล่น คุณแม่ยังไม่มีเงินซื้อให้เลยค่ะ พอโต เริ่มเก็บเงินได้ ก็เริ่มซื้อแบรนด์เนมใส่ ตามกำลังทรัพย์ที่มีค่ะ จุดเปลี่ยนชีวิตคือ ตอนได้ตำแหน่ง Miss Sexy Leo Girl 2012 เริ่มมีงานเข้ามาเยอะ ทำงานมาเรื่อยๆ จนมาทำธุรกิจของตัวเองค่ะ ตอนเด็กๆ เราทำงานมาเยอะมากๆ ทั้งขายวุ้น ขายน้ำปั่น ขายเสื้อผ้า ขายทอดมัน ขายลูกชิ้น ทำหลายอย่าง เราไม่ได้รู้สึกอายอะไรเลย จนปัจจุบันขายของออนไลน์”

มีความสามารถรอบด้าน

เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต่อสู้ดิ้นรนมา กว่าจะมีการทำคลิปออกมาแต่ละครั้ง เรามีการประชุมก่อน เราทำคลิปเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ทำคลิปเพื่อให้ประโยชน์ ไม่ได้อยากมาอวดรวยอะไรค่ะ “มิ้วกี้” ทิ้งท้าย…

ทริคง่ายๆ หน้าท้องแบนราบ ฉบับสาวเอวลอย

สาวๆ ที่ อยากมีหน้าท้องแบนราบ โดยเฉพาะเมื่อตื่นนอนตอนเช้าขึ้นมา ไม่อยากมีพุงย้อยๆ ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีมากๆ เพราะจะแต่งตัวแบบไหน ใส่อะไรก็สวยและมั่นใจสุดๆ เราเลยมีทริคดีๆ ให้สาวๆทำตามได้ง่ายสุดๆไปเลย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

อยากมีหน้าท้องแบนราบ

อยากมีหน้าท้องแบนราบ ต้องทำยังไง

ทานสลัดเป็นมื้อเย็น
เป็นอาหารเย็นสุดๆ เพราะแคลอรี่ต่ำ มีกากใยอาหารเยอะทำให้อิ่มเร็ว และช่วยให้ขับถ่ายทำงานได้เป็นปรกติ ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ เมื่อเราขับถ่ายเป็นปรกติในทุกๆเช้า ร่างกายขับของเสียออกทุกวัน พุงก็แบนราบ

อย่าลืมดื่มน้ำก่อนนอน
การดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอน จะช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปรกติโดยเฉพาะระบบฮอร์โมน ช่วยขับ ของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ท้องไม่ผูก ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยดีท็อกซ์และขับสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย เมื่อของเสียอันไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกายของเราหมดแล้ว ตื่นเช้าขึ้นมาสาวๆก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ร่างกายไม่บวมน้ำ พุงยุบไม่ย้วย หุ่นดีสุดๆไปเลยค่ะ

นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง
นอนหลับสนิทเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ร่างกายของเราจะหลั่งฮอร์โมนแลปติน ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราอยากทานอาหารน้อยลง หมดปัญหาการกินจุ๊บกินจิ๊บระหว่างวัน ทำให้เราไม่รู้สึกหิวตอนกลางคืน เมื่อไม่หิวก็ไม่อยากกิน พุงก็ไม่ป่องและระบบเผาผลาญดีด้วย

ออกกำลังกายเบาๆก่อนนอน
ลองใช้เวลาซัก 2-3 นาทีต่อวัน ในการคาดิโอเบาๆ ออกกำลังกายเจ้าพุงน้อยๆของเรากันดีกว่า ซึ่งท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับการบริหารหน้าท้องก็คือท่า PLANK ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก มีแค่ใจและความขยันก็พอ ช่วยให้หน้าท้องของเรากระชับ แบนราบ และถ้าทำอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการควบคุมอาหารจะทำให้หน้าท้องของเรามีซิกแพคเป็นสาวสวยสายสตรอง

อยากมีหน้าท้องแบนราบ

ห้ามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นมื้อเย็น
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประกอบไปด้วยแป้งและโซเดียมสูง ส่งผลร่างกายเกิออาการบวมน้ำ ร่างกายดูใหญ่ขึ้น ตื่นเช้าขึ้นมาปุบหน้าบาน พุงป่องแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้มีเกิดพุงย้อยๆ ใครที่ไม่อยากตื่นเช้าขึ้นมาตัวบวมพุงป่อง ลดละเลิกการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นมื้อเย็นนะคะ

ท้องผูก
เม็ดแมงลักช่วยได้ ท้องผูกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรามีท้องของเราป่อง แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เรามีตัวช่วยดีๆที่จะช่วยทำให้เราขับถ่ายสะดวก ตื่นเช้าขึ้นมาต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแน่นอน ซึ่งเจ้าสิ่งนั้นก็คือ เม็ดแมงลัก ที่มีเมือกใสและใยอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปรกติ วิธีรับประทานก็คือ ตักเม็ดแมงลักประมาณ 1-2 ช้อนชา แช่ลงในน้ำแก้วใหญ่ รอจนเม็ดแมงลักพองเต็มที่แล้วดื่มก่อนนอน ตื่นเช้าขึ้นมาจู๊ดๆหมดปัญหาพุงป่อง

ดื่มน้ำขิง
ตื่นเช้าขึ้นมาก็สวยเลย ก่อนนอนอย่าลืมดื่มน้ำขิงนะคะ เพราะน้ำขิงมีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย เป็นยาระบายอ่อนๆจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตราย

อยากมีหน้าท้องแบนราบ

อย่าลืมนำ เคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้นะคะ เรามั่นใจเลยว่าได้ผลสุดๆแน่นอน แค่เราเปลี่ยนพฤติกรรมนิดๆหน่อยๆก็กลับมาหุ่นสวยปิ๊งแล้วล่ะค่ะ ถ้าอยากให้พุงยุบเร็ว แต่ตัวแบบไหนก็สวย…

ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ดานี่ อัลเวส กับสตอรี่เรื่องราวความรักกับแฟนสาว

สตอรี่เรื่องราวความรักของ ดานี่ อัลเวส ตัวบุกปีกซ้ายทีมชาติบราซิล กับ โจอันน่า ซานซ์ แฟนสาวนางแบบชาวสเปน ถูกเผยเรื่องราวเบื้องลึกผ่านการรายงานของ เดอะซัน สื่อจอมเปิดเผยของเกาะอังกฤษ

สตอรี่เรื่องราวความรักของ

สตอรี่เรื่องราวความรักของ ดานี่ อัลเวส และแฟนสาว

ซึ่ง จอมบุกวัย 36 ปี พบรักกับแฟนสาวจากการแนะนำของเพื่อนๆหลังจากนั้นก็เลยเริ่มออกเดทกันในปี 2015 ในขณะเจ้าตัวยังค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในลา ลีกา สเปน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวเดินต่อไปถึงแม้ตัวของแข้งแซมบ้าจะย้ายไปเล่นในอิตาลี กับ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่ในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

สตอรี่เรื่องราวความรักของ

และในปี 2017 ดานี่ อัลเวส ตัดสินใจขอแฟนสาวแต่งงาน ซึ่งเขาจะต้องใช้ความมานะบากบั่นในการขอถึง 3 ครั้ง หลัง โจอันน่า ซานซ์ ปฏิเสธคำขอดังกล่าวถึง 2 ครั้ง แต่ว่าในที่สุดก็ใจอ่อนในความรักจริงของแฟนหนุ่ม

“ดานี่ถามฉันในห้องพักว่าเราแต่งงานกันมั้ย ฉันงงเล็กน้อย เขาพูดแบบนั้นอยู่ 2 ครั้ง ก่อนที่ครั้งที่ 3 ฉันจะตอบตกลง มันวิเศษมาก…เขาถามฉันสามครั้งแล้ว” นางแบบสาวเผย

สตอรี่เรื่องราวความรักของ

งานแต่งงานของทั้งสองจัดขึ้นแบบเรียบง่ายบนเกาะ ฟอร์มันเทร่า, ที่อิบิซ่า โดยไม่มีความหรูหรา และไม่มีคนใดกันแน่รู้ดีว่าด้านในงานเป็นอย่างไรบ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเก็บเป็นความลับหมด แม้กระทั่งแขกที่เดินทางไปร่วมงานก็ไม่มีการรายงานใดๆก็ตาม

สตอรี่เรื่องราวความรักของ

ณปัจจุบัน ดานี่ อัลเวส ย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดกับ เซาเปาโล ในขณะที่ โจอันน่า ซานซ์ ก็ย้ายไปใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่นั่น แต่ว่าก็ยังมีการเดินทางกลับมายังยุโรปเพื่อทำงานนางแบบที่เธอรัก…

บรู๊คลิน “ลูกชายเบ็คแฮม” วัย 21 โชว์หวานกับแฟนสาวผ่านโซเชียล

บรู๊คลิน ลูกชายคนโตของ เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย กลายเป็นข่าวดังเกี่ยวกับหญิงสาวอีกรอบ หลังมีภาพหลุดของเจ้าตัวกับ นิโคล่า เพลท์ซ แฟนสาวคนใหม่ในท่าทางสุดแนบแน่นออกมาในโลกอินเตอร์เน็ต

เดวิด

ลูกชายคนโตของ เดวิด เบ็คแฮม ตกเป็นข่าวดังกับหญิงสาวอีกรอบ

ก่อนหน้าที่ผ่านมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เจ้าตัวเคยกลายเป็นข่าวว่าทำ ฮาน่า ครอสส์ อดีตแฟนสาวท้องโตหากแม้สุดท้ายจะเป็นเพียงแต่ข่าวโคมลอย แต่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไปกันไม่รอดอยู่ดีทำให้จำต้องแยกทางกัน

อย่างไรก็ดีกับรักครั้งใหม่ของ พ่อหนุ่มบรู๊คลินวัย 21 ปี เกิดขึ้นกับนางแบบสาวรุ่นพี่เมื่อปลายปีก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เจ้าตัวถึงกับพามาเจอกับคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว แถมยังเป็นเหตุให้ทุกคนชื่นชอบมากๆ

นิโคล่า เพลท์ซ เป็นลูกสาวของ เนลสัน เพลท์ซ นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ซึ่งในตอนของการกักตัวโควิด-19 ทั้งยัง บรู๊คลิน และก็แฟนสาว ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในอพาร์ทเมนต์สุดหรู ที่มหานครนิวยอร์ค

เดวิด

ก่อนจะมีภาพคู่สุดแอบชิดโพสต์ลงในอินสตาแกรมพร้อมใจความว่า “ได้โปรดอยู่บ้าน ฉันรักคุณ” ในขณะที่ฝ่ายชายก็ตอบกลับว่า “ที่รัก ผมรักคุณ” งานนี้ทำเอาหลายฝ่ายอิจฉาตาร้อนในความโรแมนติกของทั้งสอง…

นวัตกรรมในช่วงโควิด-19 Broad Branch Market

ภายหลังที่รัฐบาลของกรุงวอชิงตันมีคำสั่งให้ผู้ไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้าจะต้องอยู่ห่างกัน 2 เมตร คุณเทรซี่ สตาร์นาร์ด เจ้าของร้าน Broad Branch Market ก็รู้เท่าทันครั้งว่าธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากว่าช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาแน่นร้านค้าเพื่อจับจ่ายซื้อของจำเป็นให้พอนั้น เธอไม่อยากที่จะให้ร้านค้าเป็นแหล่งแพร่ระบาดแต่ว่าก็ต้องการ ขายสินค้า ด้วยเหมือนกัน

Broad Branch Market ตัวช่วย ขายสินค้า ในช่วงโควิด-19

โดยเหตุนี้เพื่อขจัดปัญหาสองเรื่องนี้ คุณเทรซี่ก็เลยหันไปใช้หุ่นยนต์ส่งสินค้าของบริษัท Starship Technologies และก็ได้ทำให้หุ่นยนต์บริการส่งของถึงหน้าบ้านสีขาวขนาดเท่ากระติกน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งเคลื่อนบนล้อหกล้อนี้ เปลี่ยนเป็นจุดสร้างความสนใจขึ้นมาโดยทันที

เพราะว่าเมื่อหุ่นยนต์ตัวนี้เคลื่อนไปบนฟุตบาท ผู้คนก็มักจะหันมามองดูแล้วก็ถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอไว้เป็นที่ระลึก

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องช่วยและเป็นเครื่องมือโฆษณาที่ดี หุ่นยนต์ส่งของซึ่งมีจำนวนจำกัดนี้ก็ไม่สามารถสนองความต้องการของลูกค้าทุกคนได้ เพราะการใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพของฟุตบาทและถนนที่ต้องดีพอสมควรและไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเมืองยังต้องอนุญาตให้หุ่นยนต์ใช้ทางเดินร่วมกับคนเดินเท้าด้วย

แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ช่วยให้คุณเทรซี่เจ้าของร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงวอชิงตันไม่ต้องขับรถไปส่งสินค้าด้วยตัวเอง

ในช่วงเวลาวิกฤติอย่างเช่นการระบาดของโควิด-19 มีการใช้หุ่นยนต์เข้าช่วยในหลายด้านด้วยกัน คือนอกจากจะช่วยส่งสินค้าแล้ว หุ่นยนต์ยังช่วยส่งอาหารตามสั่งถึงบ้าน และที่โรงพยาบาลในเบลเยียมก็มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือใช้หุ่นยนต์เพื่อช่วยทำความสะอาดสถานที่สาธารณะในฮ่องกง เป็นต้น

หุ่นยนต์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานที่อันตรายและสกปรกซึ่งมนุษย์ไม่อยากแตะต้อง หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาลบางแห่งมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยส่งยาและเวชภัณฑ์

และในอิตาลีก็มีหุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาลซึ่งมีหน้าจอทัชสกรีน และติดตั้งกล้องไว้เพื่อช่วยดูคนไข้ที่ข้างเตียง เพื่อช่วยให้พยาบาลไม่ต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยโควิด-19 มากไป

แต่ถึงแม้จะมีการใช้หุ่นยนต์อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติ คุณเจฟ เบิร์นสตีน ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในสหรัฐก็ยอมรับว่า ยังมองไม่เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างสำคัญในอนาคตอันใกล้

และอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท ผู้สอนวิชาหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ก็ชี้ว่าปัญหาก็คือเราไม่เคยได้รับความสนใจหรือมีทรัพยากรอย่างเพียงพอเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ล่วงหน้าให้พร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดยอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท บอกด้วยว่า ความสนใจพัฒนาหุ่นยนต์นั้นมักจะมาเป็นพัก ๆ ตามวิกฤติที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้วก็จางหายไป ตัวอย่างเช่น กลุ่มงานของเขาได้พัฒนาหุ่นยนต์เลื้อยได้รูปร่างคล้ายงูเพื่อช่วยค้นหาผู้เคราะห์ร้ายซึ่งติดอยู่ในที่อับ แต่หลังจากที่ได้ใช้เพื่อช่วยชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเม็กซิโกเมื่อปี 2560 แล้ว เงินทุนสนับสนุนและความสนใจเรื่องนี้ก็จางหายไป

อาจารย์โชเซ็ทบอกด้วยว่า หุ่นยนต์ที่จะสามารถนำมาใช้แทนมนุษย์ได้เป็นอย่างดีนั้นยังต้องการการวิจัยและพัฒนาเพิ่มอีกมาก รวมทั้งต้องการเงินทุนสนับสนุนอย่างจริงจังด้วย

แต่ปัญหาของเรื่องนี้ตามที่คุณแอนดรา คีย์ กรรมการผู้จัดการของ Silicon Valley Robotics ได้ชี้ไว้ ก็คือ นักลงทุนมักต้องการผลตอบแทนอย่างรวดเร็วขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์นั้นอาจต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 ปีกว่าจะเห็นผล

ดังนั้นในยามที่วิกฤตอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้นี้ สิ่งที่เราต้องการคือการมองการณ์ไกลและเงินลงทุนแบบใจเย็น เพราะหากไม่ลงทุนล่วงหน้าแล้วเราอาจไม่มีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับสภาพเพื่อใช้งานได้ในยามที่ต้องการ…