เดือน: พฤษภาคม 2020

“New Normal” กับวิถีชีวิตของคนไทย หลังโควิด-19

โดย SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ใน วิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด พบ สั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น ใช้งานและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากขึ้น รวมทั้งหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 SUPER POLL เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่าง ดำเนินโครง

การระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้ข้อสรุปผลดังนี้

SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ในวิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด

จากประชาชนประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.9 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลา 3-6 เดือน รองลงมาคือร้อยละ 32.2 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 21.0 คาดว่ามากกว่า

9 เดือนขึ้นไปและร้อยละ 12.9 คาดว่าอยู่ระหว่าง 6-9 เดือน เรียงตามลำดับ

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุมาตรการห้ามขายเหล้า เบียร์ ไวน์ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 22.5 ช่วยได้ค่อนข้างน้อย-ไม่ช่วยเลยนั้นเอง

เมื่อรัฐผ่อนปรนให้ขายเหล้า เบียร์ไวน์ได้ มาตรการเสริมในทรรศนะของประชาชนคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุห้ามดื่มในที่สาธารณะโล่งแจ้ง รองลงมาคือร้อยละ 82.5 ระบุ ฝึกอบรมคนทำผิดให้รับผิดชอบต่อ

สังคม ร้อยละ 80.5 ระบุเอาคนทำผิดให้ดูแลผู้พิการ เหยื่อเมาแล้วขับ และผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่ม ร้อยละ 80.3 ระบุจำกัดเวลาซื้อให้เหลือน้อยลง ร้อยละ 77.4 ระบุบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 73.0 ระบุ

จำกัดจำนวนและเวลาซื้อ ร้อยละ 65.1 ระบุห้ามดื่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร้อยละ 59.6 ระบุคนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าคนดื่มทำความผิด ร้อยละ 58.0 คนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าขายเหล้า เบียร์

ไวน์ให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และร้อยละ 49.0 ระบุ ขึ้นภาษี เหล้า เบียร์ ไวน์ ขึ้นไปอีก

สิ่งที่น่าสนใจคือ จริตใหม่ (New Normal) ของประชาชน หลังผ่านพ้นโควิด-19 ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.2 ระบุ สั่งสินค้า เดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 83.7 พูดคุย ติดโลกโซเชียลมากขึ้น ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร โซเชียลมีเดีย มากขึ้น ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่น ดูดีมีสไตล์มากขึ้น ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้นอีกด้วย

ด้านที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชนให้พัฒนาประเทศไปทางไหน หลังพ้นภัยโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.6 ระบุให้ส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ลดมลภาวะ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 90.0 ระบุเพิ่มความปลอดภัย ปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี ระบบออนไลน์ ร้อยละ 86.5 ระบุ ฟรีสร้างอาชีพ ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งภาคเกษตรและอื่น ๆ ร้อยละ 83.7 ระบุเพิ่มความปลอดภัยทางการเงิน ทำธุรกรรมออนไลน์ ร้อยละ 83.2 ระบุเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ลดรายจ่าย ให้คนทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ร้อยละ 81.2 ระบุ ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทำคนอยู่ชุมชน เดินทางเคลื่อนย้ายน้อยลง ร้อยละ 79.1 ระบุส่งเสริมให้คนใช้เทคโนโลยี ระบบออนไลน์มากขึ้น และร้อยละ 72.9 ระบุส่งเสริมธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ตามลำดับ

 

SUPERPOLL…

ข้อมูลสถิติในเชิงทำนาย ว่า “COVID-19 ” จะจบเมื่อไหน

ทุกคนคงคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในช่วงนี้กันแล้ว แต่ในใจก็คงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที แล้วเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถฟันธงได้ชัดเจนว่า การแพร่ระบาดของโรคนี้จะยุติลง และกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ตอนไหน

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

เมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

จากข้อมูลเชิงสถิติที่สถาบัน DDI หรือ Data Driven Innovation Laboratory ของสิงคโปร์ ได้คาดการณ์ไว้ ก็พอช่วยให้เห็นภาพกว้าง ๆ ได้พอสมควรว่าสถานการณ์ของโลกและประเทศต่าง ๆ จะคลี่คลายประมาณตอนไหน

จากสถิติดังกล่าวเป็นการคาดการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 จากนั้นนำมาทำโมเดล SIR หรือ susceptible-infected-recovered แบบจำลองการแพร่กระจายของเชื้อโรคในแต่ละประเทศ เพื่อทำนายว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศต่าง ๆ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด อัปเดตข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 28 เมษายน 2563

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว DDI ประเมินไว้ 3 แบบ คือยุติการระบาด 97 % , 99 % และ 100 % โดยคาดการณ์ว่า COVID-19 จะหมดจากทั่วโลกไปแบบ 100 % ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 หรืออีก 5 เดือนข้างหน้า แต่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 สถานการณ์จะคลี่คลายลง 97 % และในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 จะคลี่คลายลง 99 %

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

ขณะที่ประเทศไทยจะยุติการระบาด 97 % ในวันที่ 26 เมษายน 2563, 99 % ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 และหมดไปจากประเทศแบบ 100 % ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563

ถ้าหากดูประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และเป็นประเทศยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวกัน พบว่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในโลก จะมีสถานการณ์ที่คลี่คลายแบบ 100 % ในวันที่ 9 กันยายน 2563 ขณะที่สเปน (3 สิงหาคม 2563), อิตาลี (31 สิงหาคม 2563), ฝรั่งเศส (8 สิงหาคม 2563)เยอรมนี (5 สิงหาคม 2563), อังกฤษ (20 สิงหาคม 2563) มีการคาดการณ์ว่าจะยุติการระบาดในช่วงเดือนสิงหาคม 2563

ด้านประเทศท่องเที่ยวสุดฮิตของคนไทยในแถบเอเชียนั้น พบว่า COVID-19 จะหมดไปจากประเทศญี่ปุ่นแบบ 100 % วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ส่วนเกาหลีใต้นั้นพ้นจากช่วงระบาดมาแล้วตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับจีนที่ข้อมูลระบุว่าไม่มีการระบาดในประเทศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563

ในขณะที่ประเทศเวียดนาม และไต้หวัน จะยุติการระบาดในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 และ 24 พฤษภาคม 2563 ตามลำดับ ปิดท้ายที่อินเดียที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ต้องรอกันนานถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2563 กว่าที่ COVID-19 จะหมดไป

แต่ DDI ระบุว่าแบบจำลองและข้อมูลดังกล่าวอาจยังมีความคาดเคลื่อน อันเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ อาทิเช่น ความซับซ้อน, วิวัฒนาการของโรค รวมถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นของแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น จึงไม่ใช่การฟันธงแบบ 100 % ว่าการยุติของ COVID-19 ของประเทศต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์

ประเทศใดเกิดชะล่าใจเกินไป และกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง ก็อาจทำให้เกิดการตีกลับจนกลายเป็นการระบาดระลอกใหม่ก็เป็นได้…

โควิด-19 กระทบซ้ำวิกฤตขาดแคลนอาหารโลกมากกาาเดิม

โควิด-19 ซ้ำเติมภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกให้รุนแรงขึ้น โดยโครงการอาหารโลก หรือ WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก หรือ WFP “เดวิด บีสลีย์” เปิดเผยรายงาน 2020 Global Report on Food Crises ในวันอังคารที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว

WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ก่อนการเกิดโรคระบาด WFP พบตัวเลขประชาชน 135 ล้านคน เผชิญกับการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง และกังวลว่าวิกฤตโควิด-19 จะทำให้ประชากรโลกที่ขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในสิ้นปีนี้อย่างมาก

ในแถบกลุ่มประเทศในแอฟริกาจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด รองลงมาคือทวีปเอเชีย และละตินอเมริกา และว่าราว 77% ของประชากรที่จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารรุนแรงนั้นมาจากประเทศที่มีสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ เช่น เยเมน ซูดานใต้ และซีเรีย

ส่วนด้านอาริฟ ฮุสเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก WFP บอกว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด จะมีผู้คนราว 21,000 คนเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร และพบว่าทุกๆ 10 วินาที จะมีเด็ก 1 คนเสียชีวิตเพราะภาวะขาดสารอาหาร

ทาง WFP เรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านอาหารราว 10,000-12,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และว่าจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือเร่งด่วน 1,900 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ ให้ได้รับอาหารเพียงพอในระยะ 3 เดือนข้างหน้านี้ด้วย…

การเลือกกรอบแว่น ให้เหมาะกับสาวรูปหน้าต่างๆ

สาวๆ คนไหน ที่คิดว่าการใส่แว่นจะดูไม่เหมาะกับตัวเอง อาจจะกลายเป็นคุณป้าไปก็ได้ วันนี้เรามี เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น ดูเป็นสายแฟชั่นสุดชิค มาแนะนำกัน แค่เลือกแว่นให้กับหน้าของสาวๆเท่านั้น ไปดูกันดีกว่า

เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น ดูเป็นสายแฟชั่นสุดชิค

-สาวหน้ากลม
ห้ามเลือกแว่นที่กลมตามรูปหน้าของเราเด็ดขาด จะยิ่งทำให้ใบหน้าของเรานั้นดูอวบอิ่ม กลมมนหนักมากไปกว่าเดิม ส่วนกรอบแว่นที่เหมาะสม ควรจะเป็นแว่นสามเหลี่ยมหรือทรงแคทอายก็ได้ เพราะจะยิ่งส่งให้ใบหน้าของสาวๆ ดูโดดเด่น เพิ่มมิติให้มีเสน่ห์มากขึ้น

-สาวหน้าสามเหลี่ยมหรือทรงเพชร
มักจะมีคางที่ดูเรียวแหลมและมีบริเวณกรอบแก้มที่ดูตอบชัดมากกว่าสาวๆ ที่มีรูปหน้าแบบอื่น ทำให้ใบหน้าขาดความสมดุล จึงเหมาะกับแว่นที่มีลักษณะทรงยาวลงมา อย่างเช่น แว่นทรงแคทอาย ที่เหมาะกับสาวหน้าสามเหลี่ยมที่สุด โดยจะช่วยอำพรางใบหน้าไม่ให้ดูตอบ เรียว แหลมจนเกินพอดี พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับสาวหน้าสามเหลี่ยมได้ดีมากขึ้น

-สาวหน้าเหลี่ยม
การเลือกใส่แว่นที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ และมีความสมดุลมากขึ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้หน้าเหลี่ยมซ้ำซ้อน ก็ควรเลือกดูทรงแว่นที่เหมาะสม อย่างแว่นทรงกลม และทรงหยดน้ำกันดีกว่า เพราะด้วยความโค้งมนของทรงแว่นนั้นจะช่วยพรางตาให้สาวหน้าเหลี่ยมดูมีใบหน้าที่เรียวได้รูปสวยมากขึ้น

-สาวหน้าไข่
ถือได้ว่าเป็นรูปทรงใบหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นการตัดผม แต่งหน้า หรือว่าการเลือกแว่นก็แสนง่าย แสนสบาย เพราะสามารถเลือกใช้แว่นได้ทุกแบบ ทุกทรง ขอแค่ไม่เลือกแว่นที่มีขนาดใหญ่เกินไปก็พอ เพราะด้วยความที่สาวหน้าไข่มักมีใบหน้าเล็ก การเลือกแว่นที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้แว่นดึงดูดความสนใจมากเกิน ดังนั้นสาวหน้าไข่จะเลือกแว่นทรงไหน ขอแค่ขนาดกำลังดี ก็สามารถใส่แว่นได้อย่างมั่นใจในทุกๆ ทรงเลยคะ

เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น

สาวๆ ที่กำลังลังเลหรือไม่ค่อยมั่นใจในการใส่แว่นไปเรียน ไปทำงาน หรือออกนอกบ้าน ก็ลองเลือกแว่นให้เข้ากับใบหน้าของตัวเองกันดู แล้วจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับสาวๆได้ดีอีกด้วย…

อาชีพที่เตรียมกอบโกยรายได้ หลัง COVID-19 ผ่านพ้นไป

สถานการณ์ไวรัสระบาด มีหลายอาชีพต้องตกงาน อีกทั้งพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

อาชีพหลัง สถานการณ์ไวรัสระบาด COVID-19 ผ่านพ้นไป

ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงยากลำบากนี้ไปแล้ว จะมีอาชีพไหนบ้างที่ยังอยู่รอด ดังนี้

-ค้าขายออนไลน์
ซึ่ง COVID-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทั้งการกักตัวอยู่บ้าน, Work from Home, ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปิดให้บริการ ทำให้คนออกไปไหนมาไหนไม่ได้สะดวก

จึงจับจ่ายใช้สอยทั้งของกินของใช้ถูกย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์แทน เพราะสามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นก็แค่รอให้ของมาส่งถึงหน้าบ้าน เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้ว แน่นอนว่าคนจะหันมาช้อปออนไลน์กันมากขึ้น เพราะง่าย สะดวกสบาย และไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านอีกด้วย

-พนง. ส่งอาหารเดลิเวอรี่
ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนคนก็ยังต้องบริโภคอาหาร แต่จะออกไปหาอะไรกินข้างนอกก็ทำไม่ได้ อาหารแถวบ้านก็มีแต่เดิม ๆ คนจึงหันไปสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันแทน เราต้องพยายามเพิ่มร้านอาหารเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค คนสั่งก็เลือกสั่งเมนูได้หลากหลาย การปักหมุดร้านโปรดก็ทำได้ไม่ยาก ธุรกิจส่งอาหารเดลิเวอรี่จึงเติบโตได้อีกเรื่อย ๆ และกลายเป็นอาชีพเสริมให้กับใครหลาย ๆ คนอีกด้วย

-ติวเตอร์ออนไลน์
แล้ว COVID-19 สอนให้รู้ว่า “อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าห้องเรียน” สามารถนั่งเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงกลุ่มนักเรียนที่เรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปนั่งเรียนรวมกัน

อีกในไม่ช้าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นการสมัครเรียนผ่านออนไลน์ จ่ายเงินออนไลน์ เพื่อ log in ไปเรียนแบบออนไลน์จากมุมใดของโลกกันมากขึ้น ขณะที่ติวเตอร์ อาจารย์ ที่มีอุปกรณ์พร้อม ก็สามารถสอนอยู่ที่บ้านได้ เพราะยังสามารถสื่อสารแบบ interactive กับลูกศิษย์ได้เหมือนกัน

-สตรีมเมอร์
ช่วงที่คนกักตัวอยู่บ้านว่าง ๆ คงหาอะไรดูแก้เซ็งแก้เครียดกันบ้าง ทำให้สตรีมเมอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสร้างความบันเทิงในชีวิตประจำวันของคนที่ฝังตัวอยู่ในโลกออนไลน์ไปเรียบร้อย

หากใครที่เล่นเกมเก่ง ๆ เอ็นเตอร์เทนคนเป็น ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะสามารถเรียกยอดวิว ยอดติดตามได้มาก สามารถสร้างรายได้ที่จะเข้ากระเป๋าตัวเองมากตามไปด้วย

-เปิดร้านอาหาร
ต้องหลายคนบ่นแล้วว่าคิดถึงชาบู หมูกระทะ และอาหารต่าง ๆ ที่ถูกสั่งงด ซึ่งถ้าร้านเหล่านี้กลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ รับรองว่าร้านแตกแน่นอน ยิ่งเฉพาะเมนูหมูกระทะ ชาบู เป็นเมนูรวมตัวเพื่อนฝูงที่ห่างหายไปในช่วงห่างกันสักพัก หลังจากที่ผ่านมาทำได้เพียงพูดคุยผ่านเสียงและหน้าจอ

จึงทำให้ธุรกิจร้านอาหารจะกลับมาเฟื่องฟูขึ้นมากหลังผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้

-โปรแกรมเมอร์
ช่วง COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป เมื่อทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ทำให้ปริมาณการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ จึงสูงขึ้นนั่นเอง

แต่อาชีพนี้อยู่ต่อได้ยาว ๆ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้รองรับการใช้งานที่สะดวกและดีกว่าเดิม ออกแบบให้ทุกอย่างดำเนินการได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งค้าขาย การเรียน การทำงาน การประชุม ธุรกรรมทางการเงิน การพักผ่อนหย่อนใจและสื่อบันเทิง

-ขายประกันสุขภาพ
คนเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่ได้เตรียมตัวรับความเสี่ยงนี้ไว้ ทำให้จากนี้ไป ผู้คนจะหันมาตระหนักและใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น

ในวันข้างหน้าจะมีโรคระบาดอะไรเกิดขึ้นอีก และสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ผู้คนเริ่มคิดถึงการทำประกันสุขภาพเพื่อเตรียมหลักประกันที่มั่นคงให้กับคุณภาพชีวิต บริษัทประกันจึงต้องเร่งแข่งกันปรับเปลี่ยนความคุ้มครองสุขภาพคนให้ครอบคลุมและเข้ากับสถานการณ์ ธุรกิจประกันสุขภาพจึงน่าจะไปได้ไกล

-เอนเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์
คนในยุคนี้ ก็หันมาเสพสื่อออนไลน์กันมากขึ้นอยู่แล้ว คงมีสักแวบที่กดเข้าไปดูนู่นนั่นนี่ให้หายเครียด เพื่อเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง

จึงทำให้กลายเป็นแหล่งบันเทิงที่สามารถทำเงินได้ต่อเนื่องหลังหมด COVID-19

-ธุรกิจที่พัก ทัวร์ และการท่องเที่ยว
แต่หลังจากหมดโรคระบาดนี้ไป คนก็จะแห่กันไปเที่ยวให้สมกับที่อัดอั้นมานานหลายเดือน ซึ่งการท่องเที่ยวและที่พักจะกลับมาคึกคัก ต้อนรับผู้คนที่อยากเที่ยว ให้ธุรกิจทัวร์ได้เก็บเงินกันเป็นกอบเป็นกำกันแน่นอน

เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกอาชีพที่ต้องเผชิญกับวิกฤติในช่วงนี้ สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมามีพลังใจที่แข็งแกร่งในการทำงานนะคะ…

สายรัวชัตเตอร์ เตรียมส่งผลงานประกวดภาพถ่าย “ราชดำเนิน @ HOME ให้ความทรงจำเดินทาง”

โดย มิวเซียมสยาม ชวนสายแชะทั้งหลายมาคลายเหงาช่วง Social Distancing หยิบกล้องคู่ใจ เดินเล่นรอบบ้าน และถ่ายภาพสิ่งของต่างๆ ที่บอกเล่าความทรงจำเกี่ยวกับราชดำเนิน พร้อมส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในหัวข้อ “ราชดำเนิน @ HOME ให้ความทรงจำเดินทาง”

หยิบกล้องคู่ใจ ชวนสายแชะ ประกวดภาพถ่าย

ช่วงนี้หลายๆ คน คงกำลังนั่งเหงาๆ อยู่กับบ้าน เนื่องจากไม่สามารถออกไปท่องโลกกว้าง เก็บภาพความสวยงามมาอวดกันในโซเชียลได้ แต่อย่างเพิ่งนอยด์ไปเพราะวันนี้ มิวเซียมสยามมีกิจกรรมคลายเหงา ให้กับบรรดาสายแชะได้สนุกกันในช่วง Social Distancing ชวนทุกคนถ่ายภาพสิ่งของในบ้านที่สามารถสื่อสารเรื่องราว ประสบการณ์ และความทรงจำที่บอกเล่าเกี่ยวกับราชดำเนิน พร้อมส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ “ราชดำเนิน @ HOME ให้ความทรงจำเดินทาง” โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือก 20 ภาพ จะถูกนำมาจัดแสดงที่มิวเซียมสยาม และเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการหมุนเวียนชุด “ล่องรอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย” ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในเดือนกรกฎาคม 2563

เตรียมพร้อมสายแชะทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อมมาร่วมสนุกและถ่ายทอดความทรงจำผ่านเลนส์ ส่งผลงานภาพถ่ายพร้อมตั้งชื่อและคำบรรยายใต้ภาพได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 20 พฤษภาคม 2563 สามารถดูกติกาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook museumsiamfan หรือ www.museumsiam.org…

วิธีพักสายตา เพื่อสุขภาพตาที่ดี

ภัยอันตรายของ “แสงสีน้ำเงิน” จากอุปกรณ์ดิจิตอลซ่อนอยู่ที่คุณอาจมองข้าม เพราะการทำงาน การสื่อสารรอบตัวเราก็จะทำผ่านอุปกรณ์ดิจิตอลกันทั้งสิ้น ทำให้เราต้องจ้องหน้าจออย่าง คอมพิวเตอร์ มือถือ เพื่อติดต่อพูดคุย หรือประชุมงานเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดภาวะตาล้า จากการใช้สายตาอย่างหนักเป็นเวลานานๆได้

ภัยอันตรายของ “แสงสีน้ำเงิน”

เรามีเทคนิคดีๆ มาแนะนำเพื่อให้การทำงานผ่านหน้าจอไม่ทำร้ายสุขภาพดวงตาของเราอีกต่อไป

-กะพริบตาลดอาการตาแห้ง

ทราบหรือไม่ว่า ในระหว่างที่เราจ้องหน้าจอ เราจะกะพริบตาน้อยลงถึง 50% ซึ่งทำให้เกิดอาการตาแห้ง เคืองตา หรือมองเห็นภาพเบลอ การเริ่มต้นดูแลสุขภาพดวงตาง่ายๆ ในช่วงชีวิตติดจอ เราสามารถกะพริบตาระหว่างการทำงานบ่อยๆ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตามากขึ้น และไม่จ้องอะไรนานจนเกินไป จะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อลดพฤติกรรมการขยี้ตา อันเป็นความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ดวงตา

-พักสายตาด้วยเทคนิค 20-20-20

การพักสายตาตามกฏ 20-20-20 นั่นคือทุกๆ การทำงาน 20 นาที ควรพักสายตา 20 วินาที โดยมองออกไปไกล 20 ฟุต ซึ่งถ้ามองเห็นสวนหรือพื้นที่สีเขียวจะดีมาก เพื่อช่วยให้ดวงตามีการเปลี่ยนระยะโฟกัสและผ่อนคลาย ซึ่งในระหว่างนี้เราควรลุกยืดเส้นยืดสายด้วย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายไปพร้อมกัน

-เลือกใช้แว่นตาที่มีเลนส์กรองแสงสีน้ำเงิน

อีกหนึ่งทางเลือกคือการใช้เลนส์แว่นตาที่มีเทคโนโลยีกรองแสงสีน้ำเงิน เช่น Blue UV Capture หรือ Crizal Prevencia แต่ถ้าคุณเลี่ยงการจ้องมองหน้าจอเป็นเวลานานไม่ได้จริง ๆ ควรเลือกใช้เลนส์ที่ช่วยลดการบิดเบือนของแสงอย่างเลนส์รุ่น Eyezen ซึ่งช่วยป้องกันภาวะตาล้า ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อตาต้องโฟกัสระยะใกล้ติดต่อกันจนเกิดความล้าสะสม เลนส์ที่สามารถลดความบิดเบือนของแสงจึงช่วยให้คุณรู้สึกสบายตาได้

-ทำความสะอาดแว่นตา ลดการติดเชื้อ และลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับดวงตา

สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมในการสวมใส่แว่นตา นั้นก็คือการทำความสะอาดแว่นและเลนส์เป็นประจำอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันสามารถคงอยู่บนพื้นผิววัตถุได้นานนับชั่วโมงหรือนานตลอดวัน ดังนั้นเราจึงควรเช็ดทำความสะอาดแว่นและเลนส์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจกับความปลอดเชื้อมากยิ่งขึ้น เพื่อการถนอมสุขอนามัยทั้งของร่างกายและดวงตาของเรา…