ผู้เขียน: RODRIGUEZ

บอล บางแก้ว ปมไฟไหม้ทำ น้องเบนซ์ ดับ เจอแผลฟกช้ำ 7 ที่ ออกหมายจับ

บอล บางแก้ว ตำรวจจ่อออกหมายจับ บอล  เหตุไฟไหม้บ้านหรูทำแฟนสาวเสียชีวิต ด้านแพทย์ชี้พบบาดแผล น้องเบนซ์ ไม่ได้เกิดจากไฟไหม้ 7 ตำแหน่ง

บอล บางแก้ว วันที่ 3 มกราคม 2562 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พาครอบครัว น้องเบนซ์ น.ส.สุภาณี สินอนันต์ตระกูล แฟนสาวของ บอล ที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้บ้านฝ่ายชาย เข้าขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยคลี่คลายคดีที่ผู้ตายมีบาดแผลก่อนเสียชีวิต

โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ทางครอบครัวสงสัยว่าผู้ตายบาดเจ็บก่อนเสียชีวิต และสงสัยสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ รวมทั้งบาดแผลตามร่างกายผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุไม่มีการกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า รวมถึงมีข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ตายหลังการเสียชีวิตด้วย จึงอยากให้แพทย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ชี้แจงรายละเอียด

ด้านแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า จากการตรวจสอบศพ เบื้องต้นพบบาดแผล 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นรอยไหม้ผิวหนังที่เกิดจากไฟไหม้ 5 ตำแหน่ง และพบบาดแผลอื่น 7 ตำแหน่ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากไฟไหม้ เป็นรอยถลอกฟกช้ำก่อนหัวใจหยุดเต้น คาดว่าผู้ตายดิ้นทุรนทุราย 1-2 นาที ก่อนหมดสติเสียชีวิตในเวลา 3-5 นาทีต่อมา และบาดแผลไม่สามารถเกิดขึ้นจากการกระทำของแพทย์ได้

บอล บางแก้ว

ขณะที่ พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังได้รับข้อมูลได้จัดชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปทำการสืบสวนร่วมกับตำรวจในพื้นที่ พร้อมสั่งการพนักงานสอบสวน พานายอัจฉริยะ พร้อมด้วยพ่อของน้องเบนซ์ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปชี้ที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยจะนำหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบใหม่ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวน และขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึง บอล  ในข้อหาที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยให้ขอหมายจับให้เสร็จสิ้นภายในเย็นนี้

พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจกรณีไม่ออกเลขคดีเพื่อขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาวางเพลิง หรือประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทำลายหลักฐาน นอกจากนี้ยังกำชับให้พนักงานสอบสวนรายงานสรุปผลการตรวจพิสูจน์ทุก 7 วัน ต่อตนเอง ซึ่งช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ สภ.คูคต เพื่อตรวจสอบการสวมทะเบียนรถของนายบอลด้วย

บอล บางแก้ว

ทั้งนี้นายอัจฉริยะ ได้นำหลักฐานที่เชื่อว่ารถยนต์ของนายบอลผิดกฎหมาย 3 คัน มามอบให้ พล.ต.อ. ศรีวราห์ เพื่อขอดำเนินคดีด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต ได้อายัดรถ BMW ซึ่งเป็นรถสำแดงเท็จสวมทะเบียนไว้แล้ว 1 คัน ส่วนอีก 2 คัน อยู่ระหว่างตรวจสอบ

บอล บางแก้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com…

น้ำตาล หวานสมชื่อ ขอบคุณ “ไผ่ พาทิศ” อยากให้อยู่ด้วยกันทุกๆ ปี

น้ำตาล หวานสมชื่อจริงๆ สำหรับนางเอกสาว น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ใช้พื้นที่อินสตาแกรมโพสต์ข้อความสุดซึ้ง

น้ำตาล บอกเล่าเรื่องราวความทรงจำถึงนักแสดงหนุ่มคนรัก ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล

ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทริปดำน้ำสุดตื่นเต้นของทั้งคู่ ที่ถึงแม้จะต้องเจอกับปัญหาและสถานการณ์ไม่คาดฝัน แต่ท้ายที่สุดก็สามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

โดยสาวน้ำตาลยังบอกอีกว่า รู้สึกขอบคุณฝ่ายชายที่คอยอยู่ดูแลเธอเป็นอย่างดี ทั้งในช่วงเวลาดีร้ายของชีวิต และก็หวังว่าในทุกๆ ปีหลังจากนี้จะได้อยู่เคียงข้างกันตลอดไป

“2018 > 2019 | 6 > 7 ขอบคุณมากมายนะพี่”

“วันที่ 31 ปีที่แล้ว ที่จริงก็พึ่งผ่านไปไม่กี่วัน ไปดำน้ำ โดนกระแสน้ำพัดลงไปที่ 49.5 เมตร ลึกสุดใจ น่ากลัวสำหรับนักดำน้ำระดับเบบี๋อย่างน้ำตาลมาก เหลือกันสองคนจริงๆ คือมองไม่เห็นใครเลย น้ำก็แรงมาก เกาะทรายเกาะหินก็ไม่อยู่ ได้แต่เอาพ้อยเตอร์ปักกับทราย แล้วเกาะกันอยู่อย่างนั้น”

น้ำตาล

“แล้วพี่ก็ส่งสัญญาณว่าเราจะขึ้นไปจากตรงนี้ โอเคนะ โอเคก็ได้ไปค่ะ เราพยายามตีฟินไปทางที่พี่ชี้ (ทางที่เห็นกลุ่มเราเป็นครั้งสุดท้าย) สุดท้ายพี่ก็พามาเจอกลุ่มเราที่ 18 เมตร อย่างปลอดภัย พร้อมกับ Dive Computer ที่ดังเตือนตลอดเวลา เหตุการณ์นี้ เป็นประสบการณ์ที่สอนอะไรหลายอย่าง ต้องมีสติ ต้องไปด้วยกัน อุปกรณ์ดำน้ำที่พร้อม และบัดดี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก ถ้าเราเชื่อใจกัน เราก็รอด ปลอดภัย และอยากดำต่อไป”

“สรุปแล้ว ขอบคุณนะพี่ ทุกเหตุการณ์ในชีวิต ทั้งร้ายและดี ก็ผ่านมาด้วยกัน พี่คือคนที่มีสติกว่า นิ่งกว่า อดทนกว่าเสมอ55 เลยทำให้โตไปด้วยเลย อยากผ่านปีใหม่ด้วยกันทุกปี โตไปด้วยกันนะ เลิฟ”

ขณะที่ทางด้านของ ไผ่ พาทิศ ก็ไม่น้อยหน้า ขออวดภาพถ่ายน่ารักๆ ของเจ้าตัวและสาวน้ำตาลลงบนอินสตาแกรมเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเขียนแคปหวานๆ แทนความในใจเอาไว้ด้วยว่า “ความสุขไม่ได้อยู่ที่ปีใหม่ มันอยู่ที่ ‘ใจ’ ที่ใหม่เสมอเนอะ”

น้ำตาล

เช่นเดียวกันกับโมเมนต์ล่าสุด เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปี ของหนุ่มไผ่ งานนี้สาวน้ำตาลก็ขอจัดเต็มความโรแมนติก ด้วยการโพสต์ภาพคู่และเขียนแคปชั่นอวยพรวันเกิดหวานซึ้งลงบนอินสตาแกรม โดยระบุใจความว่า…

“สุขสันต์วันเกิด และวันดี 6 ปีนะจ๊ะ เวลาผ่านไปไวเนอะลุงเนอะ เป็นหนุ่ม 35 แล้ว เจอกันตั้งแต่เลข 2 ตอนนี้อายุอานามนำน้องไป จนน้องจะเข้าเลข 3 อีกคนแล้ว ขออวยพรวันเกิดก่อน ขอให้พี่มีความสุข ประสบความสำเร็จทุกๆ เรื่องในชีวิต รู้ว่าพี่เต็มที่กับทุกๆ สิ่งที่รักที่ชอบ ลุยเลยลูกพี่ แต่ลดลงหน่อยก็ดี จะได้มีเวลาว่างเยอะๆ ขอบคุณที่สนับสนุนกัน เป็นกำลังใจให้กัน ดูแลกันมาตลอด ดูแลเขาไปนานๆ นะ เขาอ่อนแอ”

ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่จะมีบรรดาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ร่วมอวยพรวันเกิดให้กับหนุ่มไผ่ใต้โพสต์ดังกล่าวเท่านั้น แต่เหล่าเพื่อนพ้องซุปตาร์ ไม่ว่าจะเป็น ปรางค์ กัญญ์ณรัญ, ไอซ์ อามีนา และ อุ้ม ลักขณา ก็ยังเขียนคำอวยพรวันเกิดมอบให้กับฝ่ายชายอีกด้วย

เรียกได้ว่างานนี้นอกจากแฟนๆ ที่รอดูภาพคู่ จะไม่ผิดหวังแล้ว หลายคนก็ยังได้ฟินกับความสัมพันธ์น่ารักของทั้งคู่ไปแบบเต็มๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

เต้ย จรินทร์พร ปัดกั๊กสัมพันธ์ อาเล็ก เหตุไม่ลงรูปคู่ ต้องเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ

เต้ย จรินทร์พร ผยมีแพลนเที่ยวไต้หวัน เปิดใจทุ่มเงินสร้างบ้านใหม่เกิน 10 ล้าน ทำใจงบบานปลาย

เต้ย จรินทร์พร ถูกจับตามองเรื่องความสัมพันธ์มาตั้งแต่เปิดตัวว่าคบหาดูใจกัน สำหรับคู่ของสาว เต้ย จรินทร์พร และหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช ที่ล่าสุดก็มีกระแสคนมองว่าสาวเต้ยไม่ยอมลงรูปคู่เพราะกั๊กความสัมพันธ์หรือเปล่า โดยในงาน “AIS Bangkok Countdown 2019” ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่สาวเต้ยมาร่วมงาน เจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

เต้ย จรินทร์พร 

– ปีนี้ไม่ได้เคานต์ดาวน์กับอาเล็ก ?

เต้ย  : ใช่ค่ะ ไม่ได้เคานต์ดาวน์กับใครเลย มาอยู่กับพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวไทยทุกคนแทน แต่เดี๋ยวพอขึ้นปีใหม่ปุ๊บ เราจะมีไปทริปไต้หวันกันค่ะ และมีแก๊งเพื่อน ๆ ด้วยค่ะ

– ทริปนี้น่าจะมีรูปรัว ๆ ?

เต้ย : ไม่รู้เหมือนกัน ถามว่ามีตากล้องส่วนตัวไปแล้ว คืออาจจะมีรูปตัวเองมากหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ

– ยังหวานเหมือนเดิมไหม ?

เต้ย : เรื่อย ๆ ถามว่าเราเปิดตัวมากขึ้นไหมเพราะลงรูปกัน คือมันไม่เกี่ยวกับการลงรูปในเรื่องความสัมพันธ์ สำหรับเต้ยรู้สึกว่ามันต้องเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ ให้เป็นไปตามธรรมชาติ สำหรับเราประมาณปีครึ่งมันอาจจะไม่นานมาก ก็ดูกันเรื่อย ๆ ก่อนค่ะ กลัวเดี๋ยวเผื่อเกิดอะไรขึ้นก่อน

– เรายังกั๊กความรู้สึกไว้นิดนึงหรือเปล่า ?

เต้ย : มันไม่ได้เรียกกั๊ก คือเราคบกับใครเราก็ค่อนข้างให้เกียรติเขาค่ะ ไม่ได้กั๊กอะไร เราก็ปรับตัวเข้าหากันเยอะ เรียนรู้กันมากขึ้น มันต้องใช้เวลา

เต้ย จรินทร์พร 

– เรามีเวลาแบ่งแยกกันชัดเจน ?

เต้ย : เต้ยเป็นคนที่เวลาทำอะไรก็ทำ ไม่ใช่คนรายงานอะไร คือมันก็ดีนะ เราโตแล้วไม่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา แต่เวลามีอะไรเราก็คุยปรึกษากันตลอดเวลา

– ล่าสุดเห็นไปกับอเล็กซ์ เรนเดลล์ คือไปไหนกัน ?

เต้ย  : เป็นความดีใจมาก ๆ ทั้งเต้ยและอเล็กซ์ คือเรารอให้เต่ามะเฟืองกลับมา ซึ่งเขาไม่กลับมา 5 ปีแล้ว แต่อยู่ ๆ เขากลับมา เราก็ดีใจมาก ๆ พอรู้ข่าว เต้ยก็ซื้อตั๋วลงไปเลย ส่วนอเล็กซ์เขาไปกับครอบครัวเขาพอดี เลยไปเจอเต่าด้วยกันค่ะ

– เราทำธีสิสควบคู่ไปด้วย ?

เต้ย  : ใช่ค่ะ เต้ยทำธีสิสเรื่องการอนุรักษ์เต่ามะเฟืองอยู่แล้ว พอเขาขึ้นมาเราก็เลยมีกำลังใจที่จะทำธีสิสต่อค่ะ แต่ก็ทำไปเรื่อย ๆ ค่ะ ทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าจบได้ภายในปีหน้า ก็จะดีใจมากค่ะ จะพยายามค่ะ

เต้ย จรินทร์พร 

– อัปเดตเรื่องทำบ้านให้พ่อแม่ เสร็จหรือยัง ?

เต้ย : ทำไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เหลือตกแต่งภายในค่ะ ถ้ามองจากนอกบ้านเข้ามา คือเหมือนบ้านเสร็จแล้ว แต่ข้างในยังไม่เสร็จค่ะ ถ้าเรื่องการสร้างบ้าน ทุกคนรู้ดีว่ามันต้องบานปลายอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติมาก เราทำครั้งนึงก็อยากทำให้ดีค่ะ ต้องดูว่าอะไรจำเป็นไม่จำเป็น แต่ตอนนี้คือเอาสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณพ่อคุณแม่ค่ะ หมดก็ประมาณนึงค่ะ ทำงานมาสิบกว่าปี เราสร้างบ้านทีนึงก็อยากให้มันดี เป็นน้ำพักน้ำแรงค่ะ

– ทะลุ 10 ล้านหรือยัง ?

เต้ย : เกินค่ะ ยังต้องตกแต่งบ้านอีก แต่เต้ยคิดว่า กลาง ๆ ปีหน้าอาจจะได้เข้าไปอยู่หรือเปล่าไม่รู้ ก็หวังนะ แต่ชิล ๆ ไม่รีบร้อน

– ปรึกษาอาเล็กบ้างไหม ?

เต้ย : เขาก็บอกว่า โอ้โห ทำไมสร้างเยอะ คือเขาเคยสร้างมาก่อน แต่ไม่ได้มีการเข้ามาช่วยอะไรขนาดนั้น คือเขาให้คำแนะนำบ้าง ส่วนเรื่องตกแต่งเราก็มีไปดูเฟอร์นิเจอร์ด้วยกันบ้างค่ะ แต่ทั้งหมดคือเต้ยมีอินทีเรียและจ้างสถาปนิกอยู่แล้วค่ะ

– อาเล็กมีซื้อให้สักชิ้นไหม ?

เต้ย  : ไม่รู้ค่ะ ซื้อให้หน่อยสิ (หัวเราะ)

เต้ย จรินทร์พร 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

ดเวย์น จอหน์สัน ซื้อบ้านให้แม่ ของขวัญวันคริสต์มาส อยากได้หลังไหนเลือกเลย!

ดเวย์น จอหน์สัน ปีนี้ซานต้าเดอะร็อก หรือ ดเวย์น จอหน์สันขอเซอร์ไพรส์คุณแม่ของเขาในวันคริสต์มาสย้อนหลังสักหน่อย

ดเวย์น จอหน์สัน เมื่อนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดีได้ตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรกให้คุณแม่ของเขาเป็นของขวัญในวันพิเศษช่วงท้ายปีนี้

นักแสดงหนุ่มอัดคลิปวิดีโอคุณแม่ของเขาที่นั่งอ่านจดหมายอยู่หน้าต้นคริสต์มาสด้วยความอิ่มเอมใจ ก่อนที่เธอจะอึ้งไปสักพักและน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คาดคิด เดอะร็อกได้เขียนแคปชั่นอธิบายเรื่องราวเพิ่มเติมว่า

“นี่คือหนึ่งในความรู้สึกดีๆ เซอร์ไพรส์! ซื้อบ้านหลังใหม่ให้แม่ในวันคริสต์มาส เราทุกคนเติบโตขึ้นมาในอพาร์ตเมนท์เล็กๆ ใช้ชีวิตเหมือนกลุ่มยิปซีตามถนนในเมือง บ้านหลังแรกของพ่อแม่ผมซื้อตั้งแต่เมื่อปี 1999 และพวกเขาก็หย่ากันหลังจากนั้นห้าปีต่อมา หลายสิ่งเกิดขึ้น หลายสิ่งเริ่มซับซ้อน”

“ตั้งแต่ผมมั่นใจว่า แม่และพ่อของผมมีทุกอย่างแล้ว แต่พวกเขาก็ยังต้องการบ้าน รถ และอื่นๆ แต่การมีบ้านในเวลานี้เป็นสิ่งที่แสนพิเศษ และเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากจริงๆ ผมบอกแม่ว่าให้เก็บการ์ดนี้ไว้เหมือนกับว่ามันเป็นตั๋วทองของวิลลี วองก้า เพราะเธอจะเลือกบ้านหลังไหนก็ได้ที่เธอต้องการ แถวไหนก็ได้ที่เธออยากอยู่”

“ผมมักพูดเสมอว่าถ้าคุณมีแม่ที่ดี มันเป็นอะไรที่ดีเลยล่ะ ที่ได้เป็นทายาทของมนุษย์ที่แสนดีคนนี้ และผมก็ได้เป็นไอ้บ้าที่โชคดีคนหนึ่งที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมาได้ สุขสันต์วันคริสต์มาสนะแม่ ของให้สนุกกับบ้านหลังใหม่”

ไม่แปลกที่ เดอะ ร็อค จะใช้จ่ายเงินมากมายที่ได้รับมาอย่างเต็มที่ ทั้งเพื่อความสุขสบาย และความต้องการต่างๆ แต่การใช้จ่ายของซูเปอร์สตาร์วัย 45 ปี ก็ยังคงสะท้อนตัวตนความเป็น เดอะ ร็อค ออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นการใช้จ่ายอย่างมีความหมาย และยังสามารถต่อยอดความสำเร็จขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ด้วย

“ดเวย์น จอห์นสัน” หรือ “เดอะ ร็อค” กลายเป็นนักแสดงที่มีรายได้สูงที่สุดในตลอดปีที่ผ่านมา ด้วยรายรับมหาศาลถึง 64.5 ล้านเหรียญต่อปี (ประมาณ 2,295 ล้านบาท)

ไม่แปลกที่ เดอะ ร็อค จะใช้จ่ายเงินมากมายที่ได้รับมาอย่างเต็มที่ ทั้งเพื่อความสุขสบาย และความต้องการต่างๆ แต่การใช้จ่ายของซูเปอร์สตาร์วัย 45 ปี ก็ยังคงสะท้อนตัวตนความเป็น เดอะ ร็อค ออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นการใช้จ่ายอย่างมีความหมาย และยังสามารถต่อยอดความสำเร็จขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ด้วย

ดเวย์น จอหน์สัน
นักอเมริกันฟุตบอลตกกระป๋อง, นักมวยปล้ำระดับลูกสมุน สู่ ซูเปอร์สตาร์แห่งฮอลลีวูด
เดอะ ร็อค เกิดมาในตระกูลนักมวยปล้ำอาชีพ เขาเป็นหลานชายของ ปีเตอร์ มายเวีย ตำนานแห่งวงการมวยปล้ำ และเป็นลูกชายของ ร็อคกี้ จอห์นสัน นักมวยปล้ำชื่อดัง แต่ตัวของ เดอะ ร็อค กลับเริ่มต้นเส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นนักอเมริกันฟุตบอล เขาได้เข้าเป็นสมาชิกของทีมฟุตบอล ไมอามีเฮอร์ริเคน แห่งมหาวิทยาลัยแห่งไมอามี ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมอเมริกันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งในระดับมหาวิทยาลัย ก่อนจะจบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต และเริ่มต้นเล่นอเมริกันฟุตบอลในระดับอาชีพทันที

แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เดอะ ร็อค ได้เข้าทีมแคลกะรี สแตมป์พีเดอร์ และเล่นอยู่ที่นั่น 2 ปี ก่อนจะผันตัวไปสู่การเป็นนักมวยปล้ำตามเส้นทางของตา และพ่อแทน

ที่วงการมวยปล้ำ เดอะ ร็อค ก็ไม่ได้โด่งดังในทันที เขาเริ่มต้นจากบทตัวรองๆ เป็นลูกสมุนของนักมวยปล้ำดัง ก่อนจะค่อยพัฒนาฝีมือขยับบทบาท จนกลายเป็นคู่ปล้ำคู่หลัก และกลายเป็นดาราแม่เหล็กสัญลักษณ์ของ WWE ในเวลาต่อมา

เดอะ ร็อค มาโด่งดังอย่างสุดขีด เมื่อผันตัวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ จนกลายเป็นดาราซูเปอร์สตาร์ ขึ้นแท่นเป็นดาราแอ็กชั่นเบอร์ต้นของวงการแทนที่ อาร์โนลด์ และ สตอลโลน ที่ค่อยๆ โรยลงไป เดอะ ร็อค ยังได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ชุบชีวิตแฟรนไชส์ที่ใกล้ตาย” ด้วย เพราะหนังภาคต่อที่อนาคตเริ่มตีบตัน มักจะเลือกใช้บริการของ เดอะ ร็อค ที่สามารถช่วยให้หนังกลับมาฮิตติดลมบนได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหนังชุด GI Joe หรือ Fast and Furious ที่การเข้ามาเสริมทีมของ เดอะ ร็อค ได้เปลี่ยนแปลงภาพของหนังชุดนี้ไปโดยปริยาย

แน่นอนว่า เดอะ ร็อค ยังใช้จ่ายเงินเพื่อนความสุขส่วนตัวเช่นเดียวกับนักแสดงชื่อดังมากมาย เดอะ ร็อค ยังชื้อบ้าน และที่ดินเก็บเอาไว้มากมาย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเขาซื้อขายบ้านไปเป็น 10 หลัง บางครั้งขายขาดทุน แต่บางครั้งก็ทำกำไรได้เช่นเดียวกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com…

มารี เอสเธอร์ บุญยังไม่ถึงเวทีจักรวาลแต่ก็ชนะใจคอนางงามไทยแลนด์

มารี เอสเธอร์ ควันหลงแห่งปี 2561 ที่กำลังผ่านไป มีหลายสิ่ง สิ่งหนึ่งก็คือสิ่งนี้ ที่เริ่มจากคำว่า..กฏต้องเป็นกฏ

มารี เอสเธอร์ ก่อนหน้านี้ แพรวดอทคอม ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ “มารี เอสเธอร์ บังกูรา” มิสเซียร์ราลีโอน 2018 ไปแล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า เธอไม่มารายงานตัวในกิจกรรมเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่เมืองไทย และถึงแม้ว่าทางกองประกวดจะอะลุ่มอล่วยยืดกำหนดออกไป แต่ก็ยังคงไร้วี่แววการมาของเธอ ทว่าล่าสุดเธอได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มารี ได้รับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส เซียร์ราลีโอน 2018 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เธอมีเวลาเพียง 15 วันเพื่อเดินทางมารายงานตัวที่กรุงเทพมหานคร ตามกำหนดจริงในวันที่ 2 ธันวาคม และทางกองประกวดได้ยืดเวลาเป็นกรณีพิเศษให้ถึงวันที่ 3 ธันวาคม ทว่าเธอไม่สามารถมาทันตามกำหนด

โดยล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ถึง 6 วัน กติกาของการประกวดนางงามจักรวาลที่บันทึกไว้ก็ต้องถูกนำมาใช้ แม้ว่าจะเห็นใจเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ต้องใจแข็ง จุดนี้มีนางงงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สหลายคนที่โดนแล้วหล่ะ รวมถึงนางงามเซียร์ราลีโอน “มารี เอสเธอร์ บังกูรา” (Marie Esther Bangura) ที่เดินทางมาถึงกองประกวดนางงามจักรวาล 2018 ที่จัดประกวดในบ้านเรา ล่าช้าเกินกำหนดการลงทะเบียนซึ่งหมดเขตไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 61

แม้ว่าเจ้าตัวจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการเดินทางมาเข้าร่วมประเทศ แม้ประเทศจะอยู่ภาวะเพิ่งผ่านสงคราม ต้องนั่งเรือและต่อเครื่องบินกว่า 4 ประเทศกว่าจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 8 ธันวาคม แต่ทางกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ก็ตัดสิทธิ์

สาว”เอสเธอร์”มาด้วยใจสู้เต็มร้อย มาพร้อมกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เมื่อถูกทางกองประกวดตัดสิทธิ์ เอสเธอร์ถึงขั้นร่ำไห้ แต่ก็บอกว่าเมืองไทยอบอุ่นมาก

ไม่เพียงแค่รู้สึกว่าอบอุ่น หากแต่เอสเธอร์ยังได้รับไออุ่น และมิตรภาพจากแฟนคลับนางงามที่คอยเทกแคร์ จัดหาชุด ทำสายสะพายให้ พาทัวร์รอบกรุง ชิมอาหารอร่อย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับมิตรภาพความเอื้ออาทร จากแฟนคลับนางงามที่แสนดีและน่ารัก ส่งผลทำให้เจ้าตัวลืมความห่อเหี่ยวที่ถูกตัดสิทธิ์การประกวดนางงามจักรวาลไปเลย

มารี เอสเธอร์ 
เวลาผ่านไปราวติดปีก เมื่อถึงเวลาที่เธอเดินทางกลับ แต่เธอไม่อยากกลับเลย เธออาลัยอาวรณ์อยากอยู่เมืองไทย ที่มีความอบอุ่น มีมิตรภาพที่งดงาม แต่อย่างไรเธอก็ต้องกลับ เธอกลับไปพร้อมกับความทรงจำ พร้อมกับคว้าหัวใจชาวไทยไปด้วย เพราะชาวไทยชื่นชอบในความสดใส น่ารักของเธอ

และขณะเดียวกันการมาไทยในครั้งนี้ของเอสเธอร์ ก็ทำให้แฟนคลับนางงานได้เปิดเฟซบุ๊กให้เอสเธอร์ด้วย ส่วนเหตุผลก็เพราะว่ามีแฟนๆคอนางงามถามว่า”เอสเธอร์”ไม่มีเฟซบุ๊กเหรอ?

ก็เป็นอันว่าตอนนี้เธอมีเฟซบุ๊กแล้ว ถึงแม้นเป็นนางงามบุญยังไม่ถึง ไม่ได้ขึ้นเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 แต่ว่าชนะใจผู้คน คอนางงามคนไทย และคาดว่าเธอยังไม่ทิ้งฝัน และคอนางงามชาวไทยที่รักเธอก็ยินดีส่งกำลังใจให้เธอก้าวตามฝันต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamdara.com…

โอ อนุชิต เปิดใจ ยอมรับมีหนุ่มใหญ่ สายเปย์ จ้างกินข้าวมื้อละแสน !!

โอ อนุชิต ยอมรับมีหนุ่มใหญ่จ้างกินข้าวมื้อละแสน พร้อมเผยตอนนี้มีคนดูแลหัวใจแล้ว เด็กกว่า 10 ปี ชอบคำว่า สเปกตรัม แต่ไม่ขอบอกเป็นชายหรือหญิง

โอ อนุชิต โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอสมควร สำหรับนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาท โอ อนุชิต ที่พักหลังๆ มานี้หนุ่มโอรับแต่บทเกย์ จนหลายคนติดภาพและเกิดคำถามในใจว่าตกลงแล้วหนุ่มโอแมนหรือเปล่า ล่าสุด เจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี บุ๋ม ปนัดดา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

เป็นแดนเซอร์มาก่อน ?

โอ : ใช่ครับ โอเคยเป็นมาก่อน เป็นสิ่งแรกที่รู้ มันเป็นความฝัน อยากเป็นแดนเซอร์ แล้วก็พอมีโอกาสได้ทำให้ฝันเป็นจริงก็ดีใจมาก ตอนแรก ๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบเต้น รู้แต่ว่าตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาโรงเรียนให้เต้นอะไรเราก็เต้นโดยไม่รู้สึกเขินอาย ซึ่งเราเรียนรู้การเต้นมาจากเพื่อนที่โรงเรียนเปิดคอนเสิร์ต ไมเคิล แจ็คสัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอยากเต้นได้แบบนั้น นั่นเป็นสิ่งแรกที่เราอยากเป็น ความฝันตอนนั้นคืออยากเป็นแดนเซอร์ให้ ทาทา ยัง แต่พอโอเข้ามาแกรมมี่ ทาทา ยัง ก็ออกจากแกรมมี่ ซึ่งเราก็เดินเล่นอยู่ในนั้นยังไม่ได้เป็นแดนเซอร์ให้ใครแบบจริง ๆ จัง ๆ จนกระทั่งผู้ใหญ่ถามว่าแกมีพาสปอร์ตมั้ย แล้วเขาก็ถามว่าเสาร์-อาทิตย์ ว่างมั้ย ไปเต้น ไชน่า ดอลส์ ที่สิงคโปร์ นั่นคืองานแรก

โอ อนุชิต

หลังจากนั้นถือเป็นแดนเซอร์มืออาชีพเลยไหม ?

โอ : ก็ถือว่ามืออาชีพเลย เริ่มไม่เรียนหนังสือ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย พอเราเริ่มแฮปปี้อยู่บ้านเราเต้นทั้งวัน แต่อันนี้กลายเป็นเราเต้นและได้ตังค์ด้วยก็เลยไม่สนใจเรียน ซึ่งโอเริ่มเป็นแดนเซอร์ปี 1998-2001 จากนั้นก็เริ่มเข้ามาทำงานในวงการ

หลัง ๆ มานี้ส่วนใหญ่โอรับเล่นหนังพวกเกย์จนคนติดภาพ ทำไมเราถึงรับเล่น ?

โอ : ตอนแรก ๆ เรารับ 1-2 เรื่อง คือเรื่องแรกบทมันดีมากก็เลยเล่น พอเรื่องที่สองติดต่อมาต้องยอมรับว่าพอเป็นบทแบบนี้มันเป็นบทที่ดีบทหนึ่งในโปรเจกต์นั้น เราก็ไม่ได้รู้สึกติดขัดที่จะไม่รับเล่น แต่ทีนี้พอเราเล่นอะไรแบบนี้ได้ก็มีติดต่อมาเรื่อย ๆ ถ้าให้พูดกันตรง ๆ ถ้าไม่เล่นบทแบบนี้ก็จะไม่มีงาน เราก็เลยพยายามทำบทเกย์แต่ละเรื่องให้แตกต่างกัน

โอ อนุชิต

ซึ่งในแต่ละเรื่องก็จะมีบทเลิฟซีน ?

โอ : น้อยมากครับ หนักสุดก็จะมีเรื่อง มะลิลา นั่นคือเลิฟซีนมากที่สุดในชีวิต ขนาดที่หลายคนเชื่อว่าทำกันจริง ๆ หรือเปล่า แต่ทีนี้พอเราได้เล่นเลิฟซีน เราเลยรู้ว่าการแสดงฉากเลิฟซีนเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในบรรดาการแสดง

มีเสียงเมาท์ว่าคุณรับเล่นเรื่องนี้เพราะอยากเล่นเลิฟซีนกับเวียร์ ?

โอ : คือตอนที่มีการพูดคุยกันก็ต้องรู้ว่าเราต้องเล่นกับใคร ถามว่าเวียร์มีส่วนทำให้เรารับเล่นมั้ย ก็มีส่วน แต่ไม่มีส่วนว่าฉันอยากเล่นเลิฟซีนกับเวียร์มันไม่ใช่ คือเวียร์เป็นนักแสดงที่เก่งมาก ถามว่าอารมณ์จริง ๆ มีมั้ย คือการแสดงมันต้องมีอารมณ์ที่จริง โอถึงบอกได้ว่าการเลิฟซีนมันยากมากในการที่เราต้องตัดความอายและทิ้งทุกสิ่งเพื่อจะยอมรับในโมเมนต์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เขินอาย

โอ อนุชิต

เรื่องหัวใจเห็นบอกว่ามีแฟนแล้ว คบกันปีกว่า ?

โอ : เราก็มีคนที่เราพูดคุยอยู่ มีแฟนมั้ยก็คงเรียกแฟนได้ เราชอบโมเมนต์ที่พูดคุยว่าเป็นแฟนกันมั้ย แล้วได้คำตอบมาว่าเป็น สำหรับเรามันเป็นโมเมนต์ที่ดี คนนี้เขาเป็นเพื่อนของเพื่อน อยู่ในแวดวงใกล้ ๆ ตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ในวงการบันเทิง คุยกันมา 6 เดือน แล้วเราก็เริ่มคุยกันจริงจัง แต่ไม่ค่อยถ่ายรูปลงไอจี คือเรามีการพูดคุยกันว่าการเป็นแฟนมันไม่จีรังเท่าการเป็นเพื่อน

จริง ๆ สวีตไหม ?

โอ : ก็เป็นลุงแก่ ๆ คนนึง ชอบสอนแล้วก็ขี้บ่น โอชอบสอน รู้สึกว่าถ้าเราสอนได้เราก็อยากสอน เขาเด็กกว่าเรา 10 ปี ซึ่งโอชอบความเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่

โอ อนุชิต

มีคนฝากถามมาว่าสวยหรือหล่อ ?

โอ : เขามีลักษณะที่ทั้งสวยและหล่อในคนเดียวกัน

ผู้ชายหรือผู้หญิง ?

โอ : จริง ๆ ในช่วงนี้ ในต่างประเทศเขาชอบตอบคำว่า สเปกตรัม คือการลื่นไหลในสภาพเพศ วันนึงเราอาจจะชอบผู้หญิงโดยที่เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตเราจะชอบผู้ชายหรือเปล่า หรือหลาย ๆ คนที่เขาเป็นผู้ชาย วันนึงฉันแต่งงานและเป็นเกย์ตอนโต แต่ทุกวันนี้เราชื่นชอบหรือรักบุคคลนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเพศไหนก็ได้ คือไม่ว่าใครจะเชื่อว่าโอเป็นเกย์หรือผู้ชาย โอก็จะเป็นเพศนั้นที่ดีแค่นั้นเอง

โอ อนุชิต

ได้ข่าวว่ามีหนุ่มใหญ่เคยจะจ้างโอไปกินข้าวมื้อละแสน อันนี้จริงไหม ?

โอ : ตอนที่คนคนนี้โทรศัพท์มา จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้โอไม่ได้อยากออกมาพูด ถามว่ามีมั้ย ก็เคยมีคนอยากจะรู้จัก อยากกินข้าวด้วย ตอนนั้นเราก็ถามเขาว่ากินข้าวแค่สองคน เขาก็พูดประมาณว่าเป็นงานเลี้ยงบริษัท แต่ดูพูดแบบอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ในการตอบคำถาม เราก็เริ่มรู้สึกไม่ชัดเจน

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00-15.00 น. ทางช่อง One31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

พ่อดม ชวนชื่น เศร้าสุดอาลัยมะเร็งตับพรากชีวิต ตลกชั้นบรมครูอีกคนในบ้านเรา

พ่อดม ชวนชื่น เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียยิ่งใหญ่ ส่งท้ายปลายปี 2561 เมื่อแวดวงบันเทิง แวดวงตลกได้สูญเสีย

พ่อดม ชวนชื่น ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ ในวัย 83 ปี

หลังจากที่เมื่อ7เดือนก่อนตรวจพบว่าพ่อดมเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ก่อนที่ลูกๆ จะส่งพ่อดมไปรักษาตัวที่ประเทศจีน และกลับมาเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับที่โรงพยาบาล

และเมื่อเวลา 11.00 น วันนี้ 24 ธ.ค.พ่อดม ก็ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

ทั้งนี้ได้มีเหล่าลูกหลาน คนบันเทิง คนในแวดวงตลก และ คนรักพ่อดมต่างใจหายร่วมไว้อาลัยกันด้วยความเศร้าสุดอาลัย

อุดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง หรือ”พ่อดม”เป็นชาวบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ครอบครัวมีอาชีพเป็นลิเก จึงถูกดึงเข้าสู่ธุรกิจและศิลปะแขนง ด้วยความที่ชอบเรื่องดนตรี จึงสามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงลิเกได้ทุกชิ้น แต่ใจจริงเขาอยากเป็นนักดนตรีสากลมาก

ต่อมาเมื่อพระเอกลิเกในคณะขาดเขาจึงถูกนำตัวขึ้นรับบทพระเอกแทนอย่างกะทันหัน โดยลิเกคณะแรกที่อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอกก็คือคณะ ศิลป์ส่งเสริม

ต่อมาพ่อดมก็แยกมาตั้งคณะลิเกอุดมศิลป์ และเมื่อมีรายการวิทยุ เขาก็แสดงลิเกออกวิทยุในนามคณะ อุดม – แววดาว ซึ่งเป็นน้องสาว และก็ประสบความสำเร็จอย่างมากที่จันทบุรี
อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอกอย่างยืนยงจนอายุมากจากนั้นล้างมือการเป็นพระเอกละครวิทยุ พระเอกลิเก เดินทางเข้ากรุงเทพฯแสวงโชค จากนั้นก็ได้ไปสมัครเป็นนักดนตรีตามวงดนตรีลูกทุ่ง ปรากฏว่าไม่มีที่ไหนรับ เพราะไม่รู้โน๊ต เขาจึงต้องใช้เวลาในการเรียนโน๊ตด้วยตัวเองจากการซื้อตำรามาอ่านอยู่ 2 ปี ก่อนที่จะมาสมัครอยู่วงดนตรี เพลิน พรหมแดน
เป็นนักดนตรี 7 – 8 ปี

ต่อมาเมื่อตลกคาเฟ่เริ่มเป็นที่นิยม เทพ โพธิ์งาม และ เพชร ดาราฉาย ต่างก็ได้ออกจากวงเพื่อไปเล่นคาเฟ่ เพลิน พรหมแดน จึงขอให้อุดม ชวนชื่น ไปแสดงตลกที่หน้าเวทีดู ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงหันมาเล่นตลกอย่างเดียว โดยได้ค่าตัวถึงคืนละ 500 บาท เขาเล่นตลกอยู่ราว 1 ปี

จากนั้นพ่ออุดม ชวนชื่น ก็หาโอกาสนำ จิ้ม ชวนชื่น ลูกชาย ซึ่งก็เล่นลิเกอยู่ มาร่วมวงเพลิน พรหมแดนด้วย เริ่มจากการเป็นตลก ต่อมาวงเพลิน พรหมแดน ก็ยุบวง อุดม ชวนชื่น ที่ตกงาน ก็จึงหยิบเครื่องดนตรีไปสมัครเป็นนักดนตรีวงสายัณห์ สัญญา ถูกปฏิเสธ เหตุเพราะว่าอายุมาก เขาเคยไปสมัครอยู่กับวงสังข์ทอง สีใส ที่ให้ค่าตัวคืนละ 200 บาท แต่ไม่เคยได้ขึ้นเล่นดนตรี อุดม ชวนชื่น จึงรู้สึกเกรงใจ ต่อมาไปสมัครอยู่กับวงหงษ์ทอง ดาวอุดร แล้วรวบรวมสมัครพรรคพวก และลูกชายคือจิ้ม ชวนชื่นตั้งคณะตลกชื่อ ชวนชม แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็แตกคอกัน ก็เลยแยกตัวออกมา อละไปขอให้หลวงพ่อวัดเชิงหวายตั้งชื่อคณะตลกให้หลวงพ่อก็เอาชื่อศาลาวัด ที่ชื่อศาลาชวนชื่น มาตั้งเป็นชื่อคณะตลก กลายมาเป็นตำนานตลกครอบครัวที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยมีสมาชิกคือคนในครอบครัวนั่นเอง

สยามดาราเว็บไซต์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวชวนชื่นมา ณ ที่นี้

พ่อดม ชวนชื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamdara.com…

“บอล บางแก้ว” ผมไม่ใช่ฆาตกร ผมเสียคนรักเหมือนกัน ไม่เคยทำร้าย “น้องเบนซ์”

บอล บางแก้ว ยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ สำหรับกรณีไฟไหม้คฤหาสน์หรู

บอล บางแก้ว เป็นสาเหตุให้ เบนซ์ แฟนสาวของ บอล บางแก้ว อดีตนักร้องชื่อดัง สำลักควันไฟเสียชีวิต จนฝ่ายพ่อหญิงสงสัยสาเหตุการตายของลูกสาวเพราะเสียชีวิตในสภาพร่างกายเปลือยเปล่า น่าจะเกิดจากการฆาตกรรม พร้อมออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

ล่าสุด รายการโหนกระแสวันที่ 21 ธ.ค. ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ นายพงษ์เพชร สินสุวรรณ หรือ บอล บางแก้ว ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

คุณบอล ผมเชื่อว่าคงได้ดูเทปรายการแล้ว คบกับน้องเบนซ์มานานหรือยัง

บอล  “คบกันประมาณ 6 เดือน”

ตอนที่รู้รักน้องเบนซ์ลักษณะท่าทางเป็นยังไง

บอล “จริงๆ เบนซ์ก็เป็นคนร่าเริงนะครับ แต่มีมุมที่เซนซิทีฟ อาจจะเป็นเพราะเขาเคยประสพพบเจออะไรมาในชีวิต”

ตอนที่เล้งมานั่งในรายการเขาบอกว่าพอคุณกระชากแขน คุณก็ไปหยิบก้อนหินก้อนนึงปาใส่บ้านตัวเอง

บอล  “ไม่ได้เอาก้อนหินปาบ้านตัวเองครับ เรื่องที่บอกว่าจะปืนยิง คือ ผมไม่ได้เป็นคนเล่นปืน ผมไม่มีปืน ไม่มีอะไรสักอย่าง คนจะทำไม่มีเหตุผลที่ต้องพูด ถ้าจะทำ ทำเลย”

บอล บางแก้ว

ผมขอย้อนไปแบบนี้แล้วกัน คุณพ่อเขาบอกว่า เขาห่วงเรื่องความรุนแรง เขาบอกเบนซ์กลับไปบ้านก็จะมีร่องรอย

บอล “คือ จริงๆ ผมไม่อยากพูดพาดพิงอดีตแฟนผมที่เสียชีวิตมันสะเทือนใจ อย่างที่น้องมีแผล ผมอยากจะให้ดูจดหมายที่น้องเขียน ผมไปหาน้องที่ห้อง ก็เจอกระดาษแผ่นนึงพูดว่าคนดีที่รัก โน้นนี่นั่น ผมก็อ่านแล้วคืออะไร เขาเข้าใจผิดว่าผมไปมีคนอื่น น้องมีความคิดว่าเป็นผู้ชายต้องมีคนอื่น ถ้าเราไม่ได้ทำ เราก็รู้สึกโกรธ เหมือนโดนยัดเยียด ผมก็ติดต่อน้องไม่ได้ พอติดต่อได้ปุ๊บ น้องอยู่ บขส. แล้ว ผมก็โกรธทำไมทำแบบนี้ละ ไปรับน้องแล้วมาคุยกัน น้องเขาเศษแก้วบาดมือ ตอนนั้นความโกรธผมหยุดเลย ก็ถามว่าทำไมทำแบบนี้ลูก เขาก็ร้องไห้ เลือดก็ไหลเต็มมือ เย็บประมาณ 9 เข็ม ผมไม่ได้ทำ ผมสาบานได้เลย”

อีกเรื่องหนึ่งเขาบอกว่าคุณไปหลอกลูกสาวเขา เขาบอกว่าคุณพาเบนซ์ไปที่บ้าน เจอว่ามีผู้หญิงคนนึงเดินออกมา ผมจำชื่อได้ว่าชื่อคุณ ริน แสดงตัวว่าเป็นภรรยา

บอล  “ไม่มีเหตุการณ์นั้นเลย ผมสามารถยืนยันได้”

ตอนนี้อยู่ในสายกับ คุณริน เป็นอดีตที่เคยคบหากับ คุณบอล บางแก้ว มายืนยัน คุณรินได้ดูรายการ โหนกระแส ที่เขาพูดพาดพิงถึงนะครับ

ริน “ได้ดูคะ ข้อเท็จจริงคือหนูไม่เคยพูดว่าหนูเป็นเมียของพี่บอล อย่างที่พ่อเขาพูดออกมา หนูไม่เคยพูด วันนั้นหนูเข้าไปที่บ้านจริง เพื่อที่จะเข้าไปเอาของบางอย่าง ไปเอาของของหนู”

วันที่เขาเจอคุณริน ตอนนั้นยังคบหากับบอลอยู่มั้ย

ริน “ไม่คะ ไม่ได้คบกันมาเป็นปีแล้วคะ แต่ไปที่บ้าน เพราะว่าเราจบกันด้วยดี ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน คนที่บ้านก็คือครอบครัว ยืนยันว่าไม่ได้พูด สาบานเลยค่ะ หนูกล้าสาบาน ให้หนูเป็นอะไรก็ได้ ถ้าหนูพูดอย่างนั้นจริงๆ นะ สำหรับหนูบังเอิญมาก เพราะหนูไม่รู้การเข้าออกของใคร”

บอล “พูดง่ายๆ คือเบนซ์ได้เห็นรูป รูปหนึ่งในอินสตาแกรม แต่เป็นรูปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้พาไป ผมยังอยู่ในบ้านอยู่เลยครับ”

ริน “หนูเจอเขาขับรถออกมาคนเดียวจริงๆ ค่ะ”

ที่ต้องยืนยัน เพราะคุณพ่อได้บอกว่าคุณบอลเป็นคนพาไป แล้วพาไปเจอเมียอยู่ที่บ้าน

บอล  “ผมจะทำแบบเพื่ออะไร ผมได้ประโยชน์อะไร”

เรื่องนี้เบนซ์เล่าคุณพ่อฟังมั้ย

บอล  “ผมไม่ทราบ อาจจะเล่า แต่เล่ายังไง ผมไม่ทราบ”

มันมีประเด็นนึงที่คุณลงไว้ว่า น้องกลัวความรุนแรง เพราะเคยถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้าน

บอล “น้องไม่ได้ถูกล่ามโซ่ครับ ผมไม่อยากพูดเลย น้องเล่าให้ผมฟังว่า ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นวันที่ 14 ธันวาคม น้องโทรหาผม ถ้าพี่เข้ามา เกินเที่ยงคืน พี่บอลโทรหาแม่ได้มั้ย ขอแม่ ผมก็โทรไป บอกว่าจะเข้าไป แม่ก็บอกว่าเข้ามาสิๆ พอเข้าไปปุ๊บ ปกติรถป๊าจะจอดอยู่ หน้าบ้านจะไม่มีรถจอด เพราะเล้งทำงานเลิกดึก ผมก็กลับรถจอดอยู่ตรงข้าม ดึกแล้วผมเลยโทรหาน้องประมาณ 10 สายก็ไม่รับ ผ่านไปประมาณ 20 นาที ผมเห็นเบนซ์เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินผ่านรถผมไป ผมก็ขับรถตาม แล้วเรียกเขาที่รัก เป็นไรลูก น้องก็ไม่คุยกับผม จนเกือบถึงปากทาง ผมก็มือลูบหัวเขา เขาก็บอกว่า ป๊าขังเขา ก่อนหน้านี้ 2 วัน เขาก็ปีนรั้วออกจากบ้าน เขาบอกเขาโดนขังนอกบ้าน คือ น้องเขาเป็นคนเซนซิทีฟ เขาอาจจะคิดอะไรทุกอย่างเป็นลบก็ได้นะ น้องเขาเล่าให้ผมแบบนี้”

ผมถามคุณตรงๆ เลย ถ้าพาดพิงผู้ที่เสียชีวิตไป ก็ต้องขอโทษด้วย น้องเขารักกับคุณคนแรกหรือเปล่า

บอล  “ไม่ใช่ครับ เขาเคยมีแฟน จริงๆ ผมไม่อยากพูด พอมีประเด็นว่าผมซุกแฟนที่บ้าน ด้วยเรื่องภาพเก่า ผมก็ไปหาป๊า ไปถามป๊า ป๊าครับ รูปภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักลูกสาวป๊า เบนซ์เคยผ่านการแต่งงานแล้วและหย่าไป ประมาณปี 55 ผมก็เลยคุยกับป๊า ว่าเบนซ์เคยแต่งงานมาแล้ว ถ้าผมเอารูปภาพเก่ามาทะเลาะมันไม่สมควร ผมรักลูกป๊า ผมไม่ได้สนใจอดีตว่าเป็นยังไง”

เห็นว่าก่อนเกิดเหตุหนึ่งวันคุณพาเบนซ์ไปเปิดตัวกับ คุณกริช ทอมมัส

บอล  “ก็ไม่ถึงกับเปิดตัวหรอกครับ วันนั้นก็ปกติ ร่าเริง”

คุณพ่อของเบนซ์เข้าใจว่าคุณไปจุดไฟเผาเสื้อผ้าของแฟนเก่า

บอล  “ผมไม่จุดเผาอะไรทั้งนั้นนะครับ ผมไม่เคยทำ เคยมีแค่อย่างนี้ครับ ตอนที่น้องมาที่บ้าน หนูมาพี่นะ พี่จะไม่เก็บของอะไร หนูไม่ชอบอะไรหนูบอกพี่ จะเอาไปเผาทิ้งก็ไม่ว่าอะไรเลย มีแค่นี้เองครับ สาบานเลย”

บอล บางแก้ว

ต่อสายคุยกับ กริช ทอมมัส วันก่อนเกิดเหตุนึงวันเจอบอลหรือเปล่าครับ

กริช ทอมมัส “เจอกัน ไปกับคุณน้องเบซ์นี่แหละ เขาก็สวีทกันดี เห็นรักกันดีก็ยังแซวๆ กันอยู่ รุ่งขึ้นผมเห็นภาพยังตกใจ ผมคุยกับแฟนผมว่าเพิ่งเจอน้องเขาเมื่อวาน ก็ใจหาย พอดูบ้านน้องเขาพูด เราก็เข้าใจเรื่องการสูญเสีย แต่ที่เห็นเมื่อวานมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาก็รักกันดี”

พี่เชื่อมั้ยว่าวันรุ่งขึ้นบอลจะก่อเหตุฆาตกรรมแฟนสาวตัวเอง

กริช ทอมมัส “ผมบอกว่าผมไม่เชื่อ ส่วนตัวนะ อาการที่ผมเห็นคืออาการของคนรักกัน เท่าที่คุยเขาก็เหมือนเอาจริงเอาจังกับคนนี่นะ แฟนคนนี้ไม่ใช่แฟนคนแรกของบอล เขาก็เคยมีแฟน คงมีการเลิกกับแฟนมาบ้าง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องฆ่า ฆ่าเพื่ออะไร เลิกกันดีๆ แล้วบอลก็มีบ้านอยู่ บ้านหลังนั้นผมก็เคยไป ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเผาบ้านเพื่อฆ่าใครสักคน พ่อตัวเองก็ไม่สบาย พี่น้องก็อยู่เต็มบ้าน มันไม่มีอาการเลย ที่ผ่านมาบอลก้ไม่มีเรื่องทำร้ายร่างกายหรือทะเลาะกับใคร ที่ผมรู้จักเขามา 10 กว่าปี ไม่เคยเห็นเลย”

ผมไม่ทราบว่าลัดวงจรหรือไม่ลัดวงจร แต่บ้านผม ข้างหลังเป็นไฟที่แยกมาโดยเฉพาะ ไฟในบ้านก็คือก็อีกระบบนึง ผมไม่ทราบว่าไฟในบ้านเป็นระบบไหนบ้าง แต่ผมก็สูญเสียคนรักเช่นกันนะครับ (ร้องไห้)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

กาย รัชชานนท์ โวยเจอรถสองแถว เชียงใหม่ โก่งราคาสุดแพง ลั่นใครจะนั่งกับมึง !!

กาย รัชชานนท์ อัดคลิปถามหามาตรฐานราคารถแดงที่ จ.เชียงใหม่ หลังเจอหลายคันเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ด้านชาวเน็ตต่างเห็นด้วย ไม่แปลกใจทุกวันนี้คนเที่ยวน้อยลง

กาย รัชชานนท์ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ ออกมาอัดคลิปแฉพฤติกรรมของคนขับรถสองแถวคันหนึ่ง ซึ่งจะคิดเงินค่าเดินทางจากวัดสวนดอก ไปย่านนิมมานเหมินทร์ ระยะยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเงิน 600 บาท ขณะที่เมื่อเทียบดูแล้วบริการแกร็บคาร์คิดแค่ 52 บาท เท่านั้น

ทำเอานักแสดงหนุ่มคุณพ่อลูกดก กาย รัชชานนท์ ถึงกับออกอาการหัวร้อนไปเลยทีเดียว ที่ล่าสุด (18 ธันวาคม 2561) เจอโก่งราคาค่ารถโดยสารสองแถว ขณะเดินทางไปถ่ายทำรายการที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ เจ้าตัวยังได้โพสต์คลิปและข้อความไว้ด้วยว่า “บอกก่อนว่าไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคัน…แต่ก็มีอยู่หลายคันที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวแบบที่กายเจอ ถามหน่อยว่าควรมีมาตรฐานในการคำนวณค่าเดินทางไหม ? ถ้ามีแล้วมันคืออะไรเพราะไม่มีใครรู้ ? แล้วถ้าคุณเจอแบบนี้คุณจะเลือกนั่งแบบไหน 600 หรือ 52 บาท ? #อร่อยเด็ดเข็ดด๋อย”

โดยในคลิป หนุ่มกาย ได้เปิดเผยว่า ได้ไปถ่ายทำรายการที่ จ.เชียงใหม่ และเห็นมีการติดป้ายทั่วเมืองว่า อย่าเรียก grab เพราะ grab ผิดกฎหมาย ตนจะไม่เรียกเพราะอยากเคารพกติกา เลยลองเรียกสองแถวดูและได้มีการสอบถามราคาค่ารถก่อน โดยระยะทางที่ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งคนขับบอกว่าราคา 600 บาท ตนจึงลองไปเช็กราคาใน grab ดู ปรากฏว่าในแอปฯ นั้นขึ้นราคามาให้ที่ 52 บาท ถามหน่อยใครจะนั่งกับ มึง !! บ้าหรือเปล่าวะ เราเองก็ไม่กล้าเรียก grab งั้นไม่เป็นไร เดินเอา

งานนี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวในคลิปของ หนุ่มกาย เป็นจำนวนมาก โดยบอกว่า ตัวเองก็เจอปัญหาเช่นเดียวกับ หนุ่มกาย เหมือนกัน เวลาที่เดินทางไปเชียงใหม่ เวลาเรียก grab ก็เจอรถเจ้าถิ่นดัก บางทีก็เจอปล่อยทิ้งกลางทางทั้ง ๆ ที่ตกลงราคาและเส้นทางเรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้ทางการออกมาดูแลมาตรการเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังมีบางรายที่เป็นคนในท้องที่ออกมาให้ความเห็นว่า ตัวเองก็ไม่เคยใช้บริการรถสองแถวเลย เพราะเจอปัญหาแบบนี้ตลอดทั้ง ๆ ที่เป็นคนในท้องที่ บางรายก็ยอมเสี่ยงเรียก grab เพราะได้มาตรฐานมากกว่า อีกทั้งยังมีคนแนะนำว่า เวลาขึ้นไม่ต้องถามราคา ให้ขึ้นเลยแล้วกดกริ่งลง จ่ายเงินแค่ 30 บาทก็พอ

กาย รัชชานนท์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 19 ธันวาคม 2561 เว็บไซต์ข่าวช่องวัน รายงานว่า นางพรรณี พุ่มพันธ์ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งให้ตรวจสอบหารถสี่ล้อแดงคันดังกล่าวแล้ว เพราะถือว่าทำความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ระบบขนส่งมวลชนของเมืองเชียงใหม่ ยืนยันว่าในตัวเมืองรถสี่ล้อแดงต้องคิดค่าโดยสารคนละไม่เกิน 30 บาท แต่หากเหมาคันในเขตเมือง คือ ไม่เกินวงแหวนรอบสอง จะต้องไม่เกิน 200 บาท โดยหากเจอตัวคนขับจะว่ากล่าวตักเตือนและคาดโทษ แต่หากพบว่าเคยทำผิดมาก่อนจะต้องสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที

ด้าน นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์สี่ล้อแดง กล่าวว่า ขอให้ดาราดังให้ข้อมูลกับทางสหกรณ์เพื่อตรวจสอบและดำเนินการ หากพบว่าเรียกค่าโดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจริง ก็จะถูกลงโทษทั้งตามกฎหมายขนส่งและตามระเบียบ แต่หากโพสต์คลิปไปโดยไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน ก็ทำให้ทางสหกรณ์และผู้ประกอบการสี่ล้อแดงที่มีอยู่กว่า 2 พันคันใน จ.เชียงใหม่ ต้องเสียหายในภาพรวม ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการใช้บริการของผู้โดยสาร

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

อยากได้กระแส เลือกมิสสเปน ณวัฒน์ ชำแหละมิสยูนิเวิร์ส ไม่ค่อยว้าว!

อยากได้กระแส แอบมองดูอยู่ห่างๆ ต้องเชี่ยวชาญต้องเจนจัด ต้องรู้เขารู้เรา สงครามนางงามไม่เคยจบ

อยากได้กระแส ต้องดูคู่แข่งให้ดีด้วย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล Miss Grand International และผู้อำนวยการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ Miss Grand Thailand แอบส่องๆ ตั้งใจดู ตั้งใจพิจารณาการจัดการประกวดที่ไทย ของมิสยูนิเวิร์ส Miss Universe 2018 มานานมากๆ แล้ว ตั้งแต่มีข่าวลือมาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ว่าไทยจะได้รับสิทธิ์จัดประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ไทย จนได้รับสิทธิ์จัดจริงๆ

ณวัฒน์ คลุกคลีเชี่ยวชาญ อยู่ในแวดวงนางงามมานานหลายปีมากๆ นอกจากเวทีประกวดที่ตัวเองเป็นคนจัดทำแล้ว ยังเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ศึกษาเรียนรู้ รู้ลึกรู้ดีเกี่ยวกับองค์กรมิสยูนิเวิร์ส

อยากได้กระแส

ดูแล้วๆ การจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ไทยครั้งนี้ เป็นยังไง? “อาจจะพลาดก็ได้ ต้องยอมรับว่า ผลของการทำงาน มีแต่เสียงพูดถึงไม่ว้าว! ผมว่าไม่คุ้ม! เพราะทุกคนคาดหวังว่า การประกวดมิสยูนิเวิร์สจะได้โปรโมตไทยมากกว่านี้ กิจกรรมของกองประกวด ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายที่เน้นความเป็นไทย แต่ก็ทำให้ไทยได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง”

จริงหรือไม่ ที่บางประเทศไม่ต้องจัดประกวดในประเทศตัวเองแล้ว แค่คัดหานางงามสวยๆ มาเลย ก็ส่งเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สได้แล้ว? “จริงสิ ปีนี้มีหลายประเทศเลย อุรุกวัย, ฮังการี, เดนมาร์ก, กัมพูชา, บริติชเวอร์จิ้นไอส์แลนด์, คีร์กีซสถาน, จีน, ลาว”

นางงามคนไหนจะได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส? “เดาใจยากมาก ถ้าถามว่าอะไรจะแปลก อะไรที่จะกระแส ก็ต้องให้มิสสเปน ที่เป็นนางงามสาวประเภทสอง ถ้าได้เป็นจริงก็จะเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ จะเป็นการเปิดบริบทใหม่ของการประกวดนางงาม

“แต่อย่าลืมว่าอีกหลายประเทศ กฎหมายยังไม่ได้ให้สิทธิ์สาวประเภทสอง ได้เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาว และอีกหลายประเทศเลย ยังไม่ให้สิทธิ์สาวประเภทสอง ได้เข้าร่วมประกวดด้วยเหมือนสเปน โดยเฉพาะประเทศมุสลิม และประเทศไทยเราเอง มีสาวประเภทสองที่สวยมากๆ ถ้าได้สิทธิ์ส่งเข้าประกวดจริงจะเป็นยังไง จึงอาจจะมองว่าองค์กรมิสยูนิเวิร์ส มีสองมาตรฐานหรือเปล่า

“ถ้าเลือกจากความมั่นใจเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเลือกให้ได้สวยแล้วไม่อายคน ตามสไตล์บิวตี้ควีน ก็ต้องให้ มิสแอฟริกาใต้, ฟิลิปปินส์, เปรู, สหรัฐฯ ระวังๆ มิสเวียดนามไว้ด้วยนะ บุคลิกดีมั่นใจ”

แฟนนางงามบ่นแรงๆ รัฐบาลไทยไม่ค่อยให้การสนับสนุน การประกวดมิสยูนิเวิร์สในครั้งนี้? “เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะไทยเรามีความจำเป็นด้านอื่นๆ อีกมากมายมหาศาล ทั้งเรื่องเศรษฐกิจถอยหลัง การศึกษา ความปลอดภัยในชีวิต การให้ความรู้เรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ฯลฯ นำเงินไปทำเรื่องที่จำเป็นมากกว่า จะดีกว่ามาช่วยการประกวดมิสยูนิเวิร์ส”.

 

ขแบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th