ว่าที่ดอกเตอร์จากรั้วจุฬาลงกรณ์ หล่อ เรียนเก่ง “มิว ศุภศิษฏ์”

เป็นหนุ่มหล่อที่ไม่ว่าจะมีงานมากมายสักแค่ไหน แต่ว่าเขาคนนี้ไม่เคยทิ้งเรื่องเรียนเลยจริงๆสำหรับ มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์  นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง ที่เห็นงานมากมายงานชุมแฟนคลับล้นขนาดนี้ แม้กระนั้นเขาก็ยังมีเวลาพัฒนาตนเองอยู่เสมอจนกระทั่งตอนนี้เขากำลังเรียนปริญญาเอกอยู่นั่นเอง

จงชีวีวัฒน์

มาทำความรู้จักกับ มิว ศุภศิษฏ์ หนุ่มหน้าใสว่าที่ดอกเตอร์คนนี้ให้มากเพิ่มขึ้นกันซักหน่อย

มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์

มิว มีชื่อจริงว่า ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ เกิดวันที่ 21 ก.พ.2534 เป็นคนจังหวัดนนทบุรี เป็นลูกคนโตมีน้องสาวหนึ่งคน (IG : mewsuppasit)

จงชีวีวัฒน์

เรียนจบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แผนการเรียนวิทย์-คณิต,จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ รุ่น KU69,จบการศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จงชีวีวัฒน์

มิว ศุภศิษฏ์ เรียกว่าเป็นหนุ่มที่เรียนดีรวมทั้งตั้งอกตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็กๆโดยเขาเรียนแผนวิทย์-คณิต จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และก็ต่อจากนั้นเขาก็ต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทางด้าน วิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ต่อจากนั้นเขาก็ศึกษาต่อปริญญาโททางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในตอนที่เรียนปริญญาโท เขาก็เคยได้รับหน้าที่เป็น TA(Teacher Assistant) ผู้ช่วยสอนแทนอาจารย์อยู่ตอนหนึ่ง โดยสอนวิชาสถิติ(Statistics) ให้กับนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย ส่วนตอนนี้เขาก็กำลังศึกษาต่อปริญญาเอกทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อ จะต้องบอกเลยว่าจัดเตรียมแสดงความยินดีกับ ดร. มิว ศุภศิษฏ์ ล่วงหน้ากันได้เลย…

“ขวัญ กัลย์สุดา” สาวแว่นหน้าแบ๊ว เซ็กซี่ขยี่ใจสุดๆ

จะต้องกล่าวว่าหลายๆคนที่สวมแว่นจะมีผลให้ลุคมองผ่องใสเรียบร้อย แต่ว่าถ้าหากสวมแว่นแต่ว่ามีมุมเซ็กซี่ด้วยก็ยิ่งเพิ่มความมีเสน่ห์รวมทั้งน่าค้นหาเข้าไปอีก อาทิเช่นนางแบบรวมทั้งยูทูบเบอร์สาว น้องขวัญ กัลย์สุดา ที่มีครบอีกทั้งความแซ่บและก็ความใส

กัลย์สุดา

น้องขวัญ กัลย์สุดา ล้านคำ

สำหรับน้องขวัญ มีชื่อจริงว่า กัลย์สุดา ล้านคำ เป็นเจ้าของรูปร่างสุดแซ่บ 36-24-34 เธอเป็นคนดังที่มีหนุ่มๆติดตามเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล ก่อนที่จะภายหลังเธอจะทำช่องเล็กๆในยูทูบชื่อว่า อื้อหือ Channel ที่ปัจจุบันนี้มีแฟนๆติดตามแล้วกว่า 4 หมื่นคน โดยเธอหมั่นผลิตผลงานลงช่องบ่อยๆระหว่างที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเธอเคยถ่ายแบบให้กับนิตยสารชื่อดังมาแล้วเป็นต้นว่า A’Lure ฯลฯ

กัลย์สุดา

แล้วก็ด้วยความสดใสรวมทั้งความแบ๊วที่ไม่ธรรมดา ทำให้ไม่ว่าสาวคนนี้จะโพสต์รูปอะไรที่อยู่ในเฟซบุ๊ก แฟนๆหนุ่มๆก็จะตามไปกดไลก์ให้กำลังใจกันล้นหลาม

กัลย์สุดา

งานนี้คงจะจะต้องรอว่า น้องขวัญ จะส่งผลงานอะไรใหม่ๆมาให้ติดตามในช่วงปลายปีนี้…

ไฮโซณัย ประณัย พรประภา นักธุรกิจพันล้านหนุ่มเจ้าเสน่ห์

เปิดอินสตาแกรมส่องไลฟ์สไตล์ ไฮโซณัย ประณัย พรประภา นักธุรกิจหนุ่มทรงเสน่ห์ เพื่อนชายคนสนิท แต้ว ณฐพร บอกเลยว่าชายหนุ่มคนนี้เท่ไม่เบา เพราะว่านอกเหนือจากทำงานเก่ง ยังรู้สึกชื่นชอบการถ่ายรูป รักการเล่นกีฬากลางแจ้ง ที่สำคัญยังชอบท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างอีกด้วย

ไฮโซณัย ประณัย พรประภา เพื่อนชายคนสนิท แต้ว ณฐพร

สำหรับไฮโซณัย มีชื่อจริงว่า ประณัย พรประภา ปัจจุบันอายุ 31 ปี มีพี่น้อง 4 คน ดังเช่นว่า พก ประธานวงศ์ (หวานใจ อั้ม พัชราภา) , เอ็ม ประธานพร, ณัย ประณัย และก็ เช้า ประคุณ พรประภา ณัยเป็นทายาทรุ่นที่ 3 สยามกลการอุตสาหกรรม บริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมรถชูรวมทั้งอะไหล่ของประเทศไทย แล้วก็ยังเป็นบริษัทผู้นำเข้าแล้วก็จำหน่ายรถยก Nissan ยิ่งไปกว่านี้ครอบครัวพรประภา ยังมีธุรกิจโรงแรมสุดฮิป Siam@Siam โรงแรมที่โดดเด่นด้านการออกแบบอีกด้วย

เพื่อนชายคนสนิท

ด้านการทำงาน ตอนนี้ ไฮโซณัย ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เอสแบรนด์ จำกัด โดยให้บริการซ่อมบำรุง แล้วก็ปกป้องผิวสีรถยนต์ ขณะเดียวกันนี้ยังเปิดบริษัทด้านซอฟต์แวร์ไอทีอีก 2 บริษัท นอกเหนือจากนี้ยังมีธุรกิจร้านอาหารในชื่อ THYME โรงยิมเป็นของตนเอง ชื่อ Base Bangkok

ในขณะที่วันพักผ่อน ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มคนนี้ก็น่าสนใจพอได้ เพราะว่าไฮโซณัย เป็นหนุ่มนักเดินทางตัวยงมักโพสต์ภาพเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆอยู่เป็นประจำ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นสปอร์ตแมนอีกด้วย โดยเขาเล่นกีฬาหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังในฟิตเนส แข่งขันไตรกีฬา ขี่จักรยาน ตีกอล์ฟ ฟุตบอล ยิงปืน ฯลฯ นอกจากที่กล่าวมาบอกเลยว่า ความสามารถถ่ายภาพของผู้บริหารคนนี้ก็ไม่ธรรมดาด้วยเหมือนกัน

เพื่อนชายคนสนิท

คนไหนต้องการเห็นมุมสบายๆของ ไฮโซณัย ประณัย พรประภา วันนี้เรามีภาพที่นำมาจากอินสตาแกรมส่วนตัวมาฝาก…

สาวเจ้าเสน่ห์ “เพ็บ นัยน์ชนก” สวย เซ็กซี่

เปิดมุมสวยคละเคล้าเซ็กซี่ของ เพ็บ นัยน์ชนก น้องสาวของ แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์แล้วก็เซเลบริตี้สาวสุดฮอต งานนี้บอกได้เลยว่าน้องสาวสวยเซ็กซี่เจ้าเสน่ห์ไม่แพ้พี่สาวเลย

เพ็บ นัยน์ชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

มั่นใจว่าหนุ่มๆหลายๆคนจะต้องมนต์ให้กับความเจ้าเสน่ห์ของ แพร วทานิกา ดีไซเนอร์มากความสามารถ เจ้าของแบรนด์ VATANIKA แต่ว่าหลายๆคนบางทีอาจจะยังไม่คุ้นกับ เพ็บ นัยน์ชนก น้องสาวสุดหวงของ แพร วทานิกา ซึ่งจะต้องกล่าวว่านอกเหนือจากความสวยเซ็กซี่เธอคนนี้ยังมีความรู้ความสามารถไม่ธรรมดา เพราะว่าเธอคือโปรดิวเซอร์รวมทั้งผู้กำกับภาพ ผู้อยู่เบื้องหลังของสำเร็จของรายการ This is Me, VATANIKA นั่นเอง

นัยน์ชนก

ทางการศึกษา เพ็บ นัยน์ชนก สำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยขณะนี้นอกเหนือจากเราจะได้มองเห็นเธอในรายการของ แพร วทานิกา เธอยังทำธุรกิจอีกหลายอย่าง

นัยน์ชนก

สวย น่ารักน่าเอ็นดู แถมยังทำงานเก่ง มั่นใจว่า เพ็บ นัยน์ชนก คงจะเป็นขวัญใจของคนอีกหลายๆคนแน่นอน…

“เอื้อย พรสวรรค์” เน็ตไอดอลสายแบ๊วสุดขยี่ใจ

มั่นใจว่าหนุ่มๆหลายๆคนรู้จัก เอื้อย พรสวรรค์ ในฐานะเน็ตไอดอลสายแบ๊วเมื่อครั้งอดีต แม้กระนั้นปัจจุบันนี้จำเป็นต้องกล่าวว่าเอื้อยสลัดลุคใส กลายเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ ที่หลายๆคนกล่าวว่า สวยแซ่บกว่าเดิมมาก

สวยแซ่บกว่าเดิมมาก

“เอื้อย พรสวรรค์”  สวยแซ่บกว่าเดิมมาก

จะต้องกล่าวว่าเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลมานานแล้ว สำหรับ เอื้อย พรสวรรค์ หรือที่หลายๆคนรู้จักในชื่อ เอื้อย บ้านเบี้ยว ซึ่งสาวน้อยคนนี้ ยิ่งโต ยิ่งฉายเสน่ห์ กระทั่งเมื่อตอนต้นปี เอื้อย ก็ประเดิมผลงานเซ็กซี่ ด้วยการขึ้นปกนิตยสาร RUSH ต่อจากนั้นก็ส่งผลงานเซ็กซี่ตามมาอีกปะปราย ในขณะที่ล่าสุด เอื้อย มีโอกาสไปพักผ่อนทะเลแบบส่วนตัว ซึ่งเธอก็ไม่ลืมอวดความเซ็กซี่ทำทะเลเกือบจะลุกเป็นไฟ

และก็นอกจากความฮอตที่เพิ่มมากขึ้นถ้าหากเข้าไปส่องอินสตามึงรมจะมองเห็นได้เลยว่า เอื้อยเปิดเผยความเซ็กซี่หลายครั้ง จนกระทั่งหนุ่มๆกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าหากน้องเอื้อยจะพลิกลุคมาสายแซ่บก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เธอสวยและก็แซ่บมากจริงๆด้านสถานะหัวใจก็ไม่ว่างแล้ว เพราะว่าปัจจุบันนี้ เอื้อย มีหนุ่ม อาร์ เดอะสตาร์ ดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…

หนุ่มตี๋หน้าใส มาดกวนๆ อย่าง “ออฟ จุมพล”

นับได้ว่าเป็นนักแสดงมากความสามารถที่เรียกว่าเป็นที่รู้จัก รวมทั้งเป็นที่รักในหมู่ของ วัยรุ่นยุคใหม่ มากๆไม่ใช่เพียงแค่ความหล่อแล้วก็บุคลิกลักษณะของเขา แต่ประเด็นการวางตัวและก็หลักการใช้ชีวิตของเขาเรียกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม

วัยรุ่นยุคใหม่

ตัวตนที่น่าค้นหาของชายหนุ่มตี๋หน้าใสมาดกวนๆอย่าง ออฟ จุมพล คนนี้ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆกันอีกนิด ออฟ มีชื่อจริงว่า จุมพล อดุลกิตติพร เกิดเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2534 เป็นคนกรุงเทพฯ เป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายหนึ่งคน พี่สาวหนึ่งคน ความสามารถพิเศษ เล่นฟุตบอล, เทเบิลเทนนิส (IG : tumcial) สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและก็ตอนปลายที่ โรงเรียนวัดราชบพิธ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ขวัญใจ วัยรุ่นยุคใหม่  “ออฟ จุมพล”

ชีวิตวัยมัธยมของ ออฟ จุมพล เป็นนักเรียนที่มีชีวิตการเรียนแบบปกติ แต่ว่าจะชอบกีฬาอย่างฟุตบอล รวมทั้ง ปิงปองมากๆแม้กระนั้นเขาไม่ใช่เด็กกิจกรรมมาตั้งแต่ไหนแต่ว่าไร เน้นย้ำการศึกษาและก็การกีฬามากๆ

ส่วนความฝันในวัยเด็กของเขานั้นเป็นการที่กำลังจะได้เป็นแพทย์ด้านกระดูก เพราะว่าคุณพ่อและก็คุณแม่ของออฟนั้นมีปัญหาทางด้านกระดูก ก็เลยต้องการที่จะเป็นแพทย์ทางด้านนี้เพื่อรักษาพวกท่าน แต่ว่าเมื่อโตขึ้นเขากลับทำให้พบว่าตนเองชอบทางด้านนิเทศ รวมทั้งศักยภาพของตนเองเรียกว่าสามารถไปทางนี้ได้อย่างสุดทาง ก็เลยทำให้เขาเลือกเดินทางสายนี้

ซึ่งวิธีการดำเนินชีวิตในแวดวงบันเทิงแล้วก็ชีวิตส่วนตัวของเขามันก็คือ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งตรงต่อเวลา เนื่องจากเขามีความคิดที่ว่า ความตรงต่อเวลา จะมีผลให้รับผิดชอบตัวเองให้ได้ รวมทั้งข้อที่สำคัญอีกอย่างที่เขายึดซึ่งก็คือ อย่าทำให้คนอื่นๆเดือดร้อนอีกด้วย…

“New Normal” กับวิถีชีวิตของคนไทย หลังโควิด-19

โดย SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ใน วิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด พบ สั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น ใช้งานและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากขึ้น รวมทั้งหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 SUPER POLL เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่าง ดำเนินโครง

การระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้ข้อสรุปผลดังนี้

SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ในวิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด

จากประชาชนประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.9 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลา 3-6 เดือน รองลงมาคือร้อยละ 32.2 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 21.0 คาดว่ามากกว่า

9 เดือนขึ้นไปและร้อยละ 12.9 คาดว่าอยู่ระหว่าง 6-9 เดือน เรียงตามลำดับ

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุมาตรการห้ามขายเหล้า เบียร์ ไวน์ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 22.5 ช่วยได้ค่อนข้างน้อย-ไม่ช่วยเลยนั้นเอง

เมื่อรัฐผ่อนปรนให้ขายเหล้า เบียร์ไวน์ได้ มาตรการเสริมในทรรศนะของประชาชนคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุห้ามดื่มในที่สาธารณะโล่งแจ้ง รองลงมาคือร้อยละ 82.5 ระบุ ฝึกอบรมคนทำผิดให้รับผิดชอบต่อ

สังคม ร้อยละ 80.5 ระบุเอาคนทำผิดให้ดูแลผู้พิการ เหยื่อเมาแล้วขับ และผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่ม ร้อยละ 80.3 ระบุจำกัดเวลาซื้อให้เหลือน้อยลง ร้อยละ 77.4 ระบุบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 73.0 ระบุ

จำกัดจำนวนและเวลาซื้อ ร้อยละ 65.1 ระบุห้ามดื่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร้อยละ 59.6 ระบุคนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าคนดื่มทำความผิด ร้อยละ 58.0 คนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าขายเหล้า เบียร์

ไวน์ให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และร้อยละ 49.0 ระบุ ขึ้นภาษี เหล้า เบียร์ ไวน์ ขึ้นไปอีก

สิ่งที่น่าสนใจคือ จริตใหม่ (New Normal) ของประชาชน หลังผ่านพ้นโควิด-19 ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.2 ระบุ สั่งสินค้า เดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 83.7 พูดคุย ติดโลกโซเชียลมากขึ้น ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร โซเชียลมีเดีย มากขึ้น ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่น ดูดีมีสไตล์มากขึ้น ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้นอีกด้วย

ด้านที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชนให้พัฒนาประเทศไปทางไหน หลังพ้นภัยโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.6 ระบุให้ส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ลดมลภาวะ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 90.0 ระบุเพิ่มความปลอดภัย ปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี ระบบออนไลน์ ร้อยละ 86.5 ระบุ ฟรีสร้างอาชีพ ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งภาคเกษตรและอื่น ๆ ร้อยละ 83.7 ระบุเพิ่มความปลอดภัยทางการเงิน ทำธุรกรรมออนไลน์ ร้อยละ 83.2 ระบุเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ลดรายจ่าย ให้คนทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ร้อยละ 81.2 ระบุ ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทำคนอยู่ชุมชน เดินทางเคลื่อนย้ายน้อยลง ร้อยละ 79.1 ระบุส่งเสริมให้คนใช้เทคโนโลยี ระบบออนไลน์มากขึ้น และร้อยละ 72.9 ระบุส่งเสริมธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ตามลำดับ

 

SUPERPOLL…

ข้อมูลสถิติในเชิงทำนาย ว่า “COVID-19 ” จะจบเมื่อไหน

ทุกคนคงคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในช่วงนี้กันแล้ว แต่ในใจก็คงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที แล้วเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถฟันธงได้ชัดเจนว่า การแพร่ระบาดของโรคนี้จะยุติลง และกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ตอนไหน

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

เมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

จากข้อมูลเชิงสถิติที่สถาบัน DDI หรือ Data Driven Innovation Laboratory ของสิงคโปร์ ได้คาดการณ์ไว้ ก็พอช่วยให้เห็นภาพกว้าง ๆ ได้พอสมควรว่าสถานการณ์ของโลกและประเทศต่าง ๆ จะคลี่คลายประมาณตอนไหน

จากสถิติดังกล่าวเป็นการคาดการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 จากนั้นนำมาทำโมเดล SIR หรือ susceptible-infected-recovered แบบจำลองการแพร่กระจายของเชื้อโรคในแต่ละประเทศ เพื่อทำนายว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศต่าง ๆ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด อัปเดตข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 28 เมษายน 2563

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว DDI ประเมินไว้ 3 แบบ คือยุติการระบาด 97 % , 99 % และ 100 % โดยคาดการณ์ว่า COVID-19 จะหมดจากทั่วโลกไปแบบ 100 % ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 หรืออีก 5 เดือนข้างหน้า แต่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 สถานการณ์จะคลี่คลายลง 97 % และในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 จะคลี่คลายลง 99 %

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

ขณะที่ประเทศไทยจะยุติการระบาด 97 % ในวันที่ 26 เมษายน 2563, 99 % ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 และหมดไปจากประเทศแบบ 100 % ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563

ถ้าหากดูประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และเป็นประเทศยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวกัน พบว่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในโลก จะมีสถานการณ์ที่คลี่คลายแบบ 100 % ในวันที่ 9 กันยายน 2563 ขณะที่สเปน (3 สิงหาคม 2563), อิตาลี (31 สิงหาคม 2563), ฝรั่งเศส (8 สิงหาคม 2563)เยอรมนี (5 สิงหาคม 2563), อังกฤษ (20 สิงหาคม 2563) มีการคาดการณ์ว่าจะยุติการระบาดในช่วงเดือนสิงหาคม 2563

ด้านประเทศท่องเที่ยวสุดฮิตของคนไทยในแถบเอเชียนั้น พบว่า COVID-19 จะหมดไปจากประเทศญี่ปุ่นแบบ 100 % วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ส่วนเกาหลีใต้นั้นพ้นจากช่วงระบาดมาแล้วตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับจีนที่ข้อมูลระบุว่าไม่มีการระบาดในประเทศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563

ในขณะที่ประเทศเวียดนาม และไต้หวัน จะยุติการระบาดในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 และ 24 พฤษภาคม 2563 ตามลำดับ ปิดท้ายที่อินเดียที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ต้องรอกันนานถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2563 กว่าที่ COVID-19 จะหมดไป

แต่ DDI ระบุว่าแบบจำลองและข้อมูลดังกล่าวอาจยังมีความคาดเคลื่อน อันเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ อาทิเช่น ความซับซ้อน, วิวัฒนาการของโรค รวมถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นของแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น จึงไม่ใช่การฟันธงแบบ 100 % ว่าการยุติของ COVID-19 ของประเทศต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์

ประเทศใดเกิดชะล่าใจเกินไป และกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง ก็อาจทำให้เกิดการตีกลับจนกลายเป็นการระบาดระลอกใหม่ก็เป็นได้…

โควิด-19 กระทบซ้ำวิกฤตขาดแคลนอาหารโลกมากกาาเดิม

โควิด-19 ซ้ำเติมภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกให้รุนแรงขึ้น โดยโครงการอาหารโลก หรือ WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก หรือ WFP “เดวิด บีสลีย์” เปิดเผยรายงาน 2020 Global Report on Food Crises ในวันอังคารที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว

WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ก่อนการเกิดโรคระบาด WFP พบตัวเลขประชาชน 135 ล้านคน เผชิญกับการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง และกังวลว่าวิกฤตโควิด-19 จะทำให้ประชากรโลกที่ขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในสิ้นปีนี้อย่างมาก

ในแถบกลุ่มประเทศในแอฟริกาจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด รองลงมาคือทวีปเอเชีย และละตินอเมริกา และว่าราว 77% ของประชากรที่จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารรุนแรงนั้นมาจากประเทศที่มีสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ เช่น เยเมน ซูดานใต้ และซีเรีย

ส่วนด้านอาริฟ ฮุสเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก WFP บอกว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด จะมีผู้คนราว 21,000 คนเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร และพบว่าทุกๆ 10 วินาที จะมีเด็ก 1 คนเสียชีวิตเพราะภาวะขาดสารอาหาร

ทาง WFP เรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านอาหารราว 10,000-12,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และว่าจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือเร่งด่วน 1,900 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ ให้ได้รับอาหารเพียงพอในระยะ 3 เดือนข้างหน้านี้ด้วย…

การเลือกกรอบแว่น ให้เหมาะกับสาวรูปหน้าต่างๆ

สาวๆ คนไหน ที่คิดว่าการใส่แว่นจะดูไม่เหมาะกับตัวเอง อาจจะกลายเป็นคุณป้าไปก็ได้ วันนี้เรามี เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น ดูเป็นสายแฟชั่นสุดชิค มาแนะนำกัน แค่เลือกแว่นให้กับหน้าของสาวๆเท่านั้น ไปดูกันดีกว่า

เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น ดูเป็นสายแฟชั่นสุดชิค

-สาวหน้ากลม
ห้ามเลือกแว่นที่กลมตามรูปหน้าของเราเด็ดขาด จะยิ่งทำให้ใบหน้าของเรานั้นดูอวบอิ่ม กลมมนหนักมากไปกว่าเดิม ส่วนกรอบแว่นที่เหมาะสม ควรจะเป็นแว่นสามเหลี่ยมหรือทรงแคทอายก็ได้ เพราะจะยิ่งส่งให้ใบหน้าของสาวๆ ดูโดดเด่น เพิ่มมิติให้มีเสน่ห์มากขึ้น

-สาวหน้าสามเหลี่ยมหรือทรงเพชร
มักจะมีคางที่ดูเรียวแหลมและมีบริเวณกรอบแก้มที่ดูตอบชัดมากกว่าสาวๆ ที่มีรูปหน้าแบบอื่น ทำให้ใบหน้าขาดความสมดุล จึงเหมาะกับแว่นที่มีลักษณะทรงยาวลงมา อย่างเช่น แว่นทรงแคทอาย ที่เหมาะกับสาวหน้าสามเหลี่ยมที่สุด โดยจะช่วยอำพรางใบหน้าไม่ให้ดูตอบ เรียว แหลมจนเกินพอดี พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับสาวหน้าสามเหลี่ยมได้ดีมากขึ้น

-สาวหน้าเหลี่ยม
การเลือกใส่แว่นที่ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ และมีความสมดุลมากขึ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้หน้าเหลี่ยมซ้ำซ้อน ก็ควรเลือกดูทรงแว่นที่เหมาะสม อย่างแว่นทรงกลม และทรงหยดน้ำกันดีกว่า เพราะด้วยความโค้งมนของทรงแว่นนั้นจะช่วยพรางตาให้สาวหน้าเหลี่ยมดูมีใบหน้าที่เรียวได้รูปสวยมากขึ้น

-สาวหน้าไข่
ถือได้ว่าเป็นรูปทรงใบหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นการตัดผม แต่งหน้า หรือว่าการเลือกแว่นก็แสนง่าย แสนสบาย เพราะสามารถเลือกใช้แว่นได้ทุกแบบ ทุกทรง ขอแค่ไม่เลือกแว่นที่มีขนาดใหญ่เกินไปก็พอ เพราะด้วยความที่สาวหน้าไข่มักมีใบหน้าเล็ก การเลือกแว่นที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้แว่นดึงดูดความสนใจมากเกิน ดังนั้นสาวหน้าไข่จะเลือกแว่นทรงไหน ขอแค่ขนาดกำลังดี ก็สามารถใส่แว่นได้อย่างมั่นใจในทุกๆ ทรงเลยคะ

เทคนิคที่จะทำให้สาวใส่แว่น

สาวๆ ที่กำลังลังเลหรือไม่ค่อยมั่นใจในการใส่แว่นไปเรียน ไปทำงาน หรือออกนอกบ้าน ก็ลองเลือกแว่นให้เข้ากับใบหน้าของตัวเองกันดู แล้วจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับสาวๆได้ดีอีกด้วย…