ป้ายกำกับ: ข่าวบันเทิง

โอ อนุชิต เปิดใจ ยอมรับมีหนุ่มใหญ่ สายเปย์ จ้างกินข้าวมื้อละแสน !!

โอ อนุชิต ยอมรับมีหนุ่มใหญ่จ้างกินข้าวมื้อละแสน พร้อมเผยตอนนี้มีคนดูแลหัวใจแล้ว เด็กกว่า 10 ปี ชอบคำว่า สเปกตรัม แต่ไม่ขอบอกเป็นชายหรือหญิง

โอ อนุชิต โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอสมควร สำหรับนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาท โอ อนุชิต ที่พักหลังๆ มานี้หนุ่มโอรับแต่บทเกย์ จนหลายคนติดภาพและเกิดคำถามในใจว่าตกลงแล้วหนุ่มโอแมนหรือเปล่า ล่าสุด เจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี บุ๋ม ปนัดดา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

เป็นแดนเซอร์มาก่อน ?

โอ : ใช่ครับ โอเคยเป็นมาก่อน เป็นสิ่งแรกที่รู้ มันเป็นความฝัน อยากเป็นแดนเซอร์ แล้วก็พอมีโอกาสได้ทำให้ฝันเป็นจริงก็ดีใจมาก ตอนแรก ๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบเต้น รู้แต่ว่าตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาโรงเรียนให้เต้นอะไรเราก็เต้นโดยไม่รู้สึกเขินอาย ซึ่งเราเรียนรู้การเต้นมาจากเพื่อนที่โรงเรียนเปิดคอนเสิร์ต ไมเคิล แจ็คสัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอยากเต้นได้แบบนั้น นั่นเป็นสิ่งแรกที่เราอยากเป็น ความฝันตอนนั้นคืออยากเป็นแดนเซอร์ให้ ทาทา ยัง แต่พอโอเข้ามาแกรมมี่ ทาทา ยัง ก็ออกจากแกรมมี่ ซึ่งเราก็เดินเล่นอยู่ในนั้นยังไม่ได้เป็นแดนเซอร์ให้ใครแบบจริง ๆ จัง ๆ จนกระทั่งผู้ใหญ่ถามว่าแกมีพาสปอร์ตมั้ย แล้วเขาก็ถามว่าเสาร์-อาทิตย์ ว่างมั้ย ไปเต้น ไชน่า ดอลส์ ที่สิงคโปร์ นั่นคืองานแรก

โอ อนุชิต

หลังจากนั้นถือเป็นแดนเซอร์มืออาชีพเลยไหม ?

โอ : ก็ถือว่ามืออาชีพเลย เริ่มไม่เรียนหนังสือ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย พอเราเริ่มแฮปปี้อยู่บ้านเราเต้นทั้งวัน แต่อันนี้กลายเป็นเราเต้นและได้ตังค์ด้วยก็เลยไม่สนใจเรียน ซึ่งโอเริ่มเป็นแดนเซอร์ปี 1998-2001 จากนั้นก็เริ่มเข้ามาทำงานในวงการ

หลัง ๆ มานี้ส่วนใหญ่โอรับเล่นหนังพวกเกย์จนคนติดภาพ ทำไมเราถึงรับเล่น ?

โอ : ตอนแรก ๆ เรารับ 1-2 เรื่อง คือเรื่องแรกบทมันดีมากก็เลยเล่น พอเรื่องที่สองติดต่อมาต้องยอมรับว่าพอเป็นบทแบบนี้มันเป็นบทที่ดีบทหนึ่งในโปรเจกต์นั้น เราก็ไม่ได้รู้สึกติดขัดที่จะไม่รับเล่น แต่ทีนี้พอเราเล่นอะไรแบบนี้ได้ก็มีติดต่อมาเรื่อย ๆ ถ้าให้พูดกันตรง ๆ ถ้าไม่เล่นบทแบบนี้ก็จะไม่มีงาน เราก็เลยพยายามทำบทเกย์แต่ละเรื่องให้แตกต่างกัน

โอ อนุชิต

ซึ่งในแต่ละเรื่องก็จะมีบทเลิฟซีน ?

โอ : น้อยมากครับ หนักสุดก็จะมีเรื่อง มะลิลา นั่นคือเลิฟซีนมากที่สุดในชีวิต ขนาดที่หลายคนเชื่อว่าทำกันจริง ๆ หรือเปล่า แต่ทีนี้พอเราได้เล่นเลิฟซีน เราเลยรู้ว่าการแสดงฉากเลิฟซีนเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในบรรดาการแสดง

มีเสียงเมาท์ว่าคุณรับเล่นเรื่องนี้เพราะอยากเล่นเลิฟซีนกับเวียร์ ?

โอ : คือตอนที่มีการพูดคุยกันก็ต้องรู้ว่าเราต้องเล่นกับใคร ถามว่าเวียร์มีส่วนทำให้เรารับเล่นมั้ย ก็มีส่วน แต่ไม่มีส่วนว่าฉันอยากเล่นเลิฟซีนกับเวียร์มันไม่ใช่ คือเวียร์เป็นนักแสดงที่เก่งมาก ถามว่าอารมณ์จริง ๆ มีมั้ย คือการแสดงมันต้องมีอารมณ์ที่จริง โอถึงบอกได้ว่าการเลิฟซีนมันยากมากในการที่เราต้องตัดความอายและทิ้งทุกสิ่งเพื่อจะยอมรับในโมเมนต์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เขินอาย

โอ อนุชิต

เรื่องหัวใจเห็นบอกว่ามีแฟนแล้ว คบกันปีกว่า ?

โอ : เราก็มีคนที่เราพูดคุยอยู่ มีแฟนมั้ยก็คงเรียกแฟนได้ เราชอบโมเมนต์ที่พูดคุยว่าเป็นแฟนกันมั้ย แล้วได้คำตอบมาว่าเป็น สำหรับเรามันเป็นโมเมนต์ที่ดี คนนี้เขาเป็นเพื่อนของเพื่อน อยู่ในแวดวงใกล้ ๆ ตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ในวงการบันเทิง คุยกันมา 6 เดือน แล้วเราก็เริ่มคุยกันจริงจัง แต่ไม่ค่อยถ่ายรูปลงไอจี คือเรามีการพูดคุยกันว่าการเป็นแฟนมันไม่จีรังเท่าการเป็นเพื่อน

จริง ๆ สวีตไหม ?

โอ : ก็เป็นลุงแก่ ๆ คนนึง ชอบสอนแล้วก็ขี้บ่น โอชอบสอน รู้สึกว่าถ้าเราสอนได้เราก็อยากสอน เขาเด็กกว่าเรา 10 ปี ซึ่งโอชอบความเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่

โอ อนุชิต

มีคนฝากถามมาว่าสวยหรือหล่อ ?

โอ : เขามีลักษณะที่ทั้งสวยและหล่อในคนเดียวกัน

ผู้ชายหรือผู้หญิง ?

โอ : จริง ๆ ในช่วงนี้ ในต่างประเทศเขาชอบตอบคำว่า สเปกตรัม คือการลื่นไหลในสภาพเพศ วันนึงเราอาจจะชอบผู้หญิงโดยที่เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตเราจะชอบผู้ชายหรือเปล่า หรือหลาย ๆ คนที่เขาเป็นผู้ชาย วันนึงฉันแต่งงานและเป็นเกย์ตอนโต แต่ทุกวันนี้เราชื่นชอบหรือรักบุคคลนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเพศไหนก็ได้ คือไม่ว่าใครจะเชื่อว่าโอเป็นเกย์หรือผู้ชาย โอก็จะเป็นเพศนั้นที่ดีแค่นั้นเอง

โอ อนุชิต

ได้ข่าวว่ามีหนุ่มใหญ่เคยจะจ้างโอไปกินข้าวมื้อละแสน อันนี้จริงไหม ?

โอ : ตอนที่คนคนนี้โทรศัพท์มา จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้โอไม่ได้อยากออกมาพูด ถามว่ามีมั้ย ก็เคยมีคนอยากจะรู้จัก อยากกินข้าวด้วย ตอนนั้นเราก็ถามเขาว่ากินข้าวแค่สองคน เขาก็พูดประมาณว่าเป็นงานเลี้ยงบริษัท แต่ดูพูดแบบอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ในการตอบคำถาม เราก็เริ่มรู้สึกไม่ชัดเจน

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00-15.00 น. ทางช่อง One31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

พ่อดม ชวนชื่น เศร้าสุดอาลัยมะเร็งตับพรากชีวิต ตลกชั้นบรมครูอีกคนในบ้านเรา

พ่อดม ชวนชื่น เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียยิ่งใหญ่ ส่งท้ายปลายปี 2561 เมื่อแวดวงบันเทิง แวดวงตลกได้สูญเสีย

พ่อดม ชวนชื่น ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ ในวัย 83 ปี

หลังจากที่เมื่อ7เดือนก่อนตรวจพบว่าพ่อดมเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ก่อนที่ลูกๆ จะส่งพ่อดมไปรักษาตัวที่ประเทศจีน และกลับมาเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับที่โรงพยาบาล

และเมื่อเวลา 11.00 น วันนี้ 24 ธ.ค.พ่อดม ก็ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

ทั้งนี้ได้มีเหล่าลูกหลาน คนบันเทิง คนในแวดวงตลก และ คนรักพ่อดมต่างใจหายร่วมไว้อาลัยกันด้วยความเศร้าสุดอาลัย

อุดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง หรือ”พ่อดม”เป็นชาวบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ครอบครัวมีอาชีพเป็นลิเก จึงถูกดึงเข้าสู่ธุรกิจและศิลปะแขนง ด้วยความที่ชอบเรื่องดนตรี จึงสามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงลิเกได้ทุกชิ้น แต่ใจจริงเขาอยากเป็นนักดนตรีสากลมาก

ต่อมาเมื่อพระเอกลิเกในคณะขาดเขาจึงถูกนำตัวขึ้นรับบทพระเอกแทนอย่างกะทันหัน โดยลิเกคณะแรกที่อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอกก็คือคณะ ศิลป์ส่งเสริม

ต่อมาพ่อดมก็แยกมาตั้งคณะลิเกอุดมศิลป์ และเมื่อมีรายการวิทยุ เขาก็แสดงลิเกออกวิทยุในนามคณะ อุดม – แววดาว ซึ่งเป็นน้องสาว และก็ประสบความสำเร็จอย่างมากที่จันทบุรี
อุดม ชวนชื่น รับบทเป็นพระเอกอย่างยืนยงจนอายุมากจากนั้นล้างมือการเป็นพระเอกละครวิทยุ พระเอกลิเก เดินทางเข้ากรุงเทพฯแสวงโชค จากนั้นก็ได้ไปสมัครเป็นนักดนตรีตามวงดนตรีลูกทุ่ง ปรากฏว่าไม่มีที่ไหนรับ เพราะไม่รู้โน๊ต เขาจึงต้องใช้เวลาในการเรียนโน๊ตด้วยตัวเองจากการซื้อตำรามาอ่านอยู่ 2 ปี ก่อนที่จะมาสมัครอยู่วงดนตรี เพลิน พรหมแดน
เป็นนักดนตรี 7 – 8 ปี

ต่อมาเมื่อตลกคาเฟ่เริ่มเป็นที่นิยม เทพ โพธิ์งาม และ เพชร ดาราฉาย ต่างก็ได้ออกจากวงเพื่อไปเล่นคาเฟ่ เพลิน พรหมแดน จึงขอให้อุดม ชวนชื่น ไปแสดงตลกที่หน้าเวทีดู ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงหันมาเล่นตลกอย่างเดียว โดยได้ค่าตัวถึงคืนละ 500 บาท เขาเล่นตลกอยู่ราว 1 ปี

จากนั้นพ่ออุดม ชวนชื่น ก็หาโอกาสนำ จิ้ม ชวนชื่น ลูกชาย ซึ่งก็เล่นลิเกอยู่ มาร่วมวงเพลิน พรหมแดนด้วย เริ่มจากการเป็นตลก ต่อมาวงเพลิน พรหมแดน ก็ยุบวง อุดม ชวนชื่น ที่ตกงาน ก็จึงหยิบเครื่องดนตรีไปสมัครเป็นนักดนตรีวงสายัณห์ สัญญา ถูกปฏิเสธ เหตุเพราะว่าอายุมาก เขาเคยไปสมัครอยู่กับวงสังข์ทอง สีใส ที่ให้ค่าตัวคืนละ 200 บาท แต่ไม่เคยได้ขึ้นเล่นดนตรี อุดม ชวนชื่น จึงรู้สึกเกรงใจ ต่อมาไปสมัครอยู่กับวงหงษ์ทอง ดาวอุดร แล้วรวบรวมสมัครพรรคพวก และลูกชายคือจิ้ม ชวนชื่นตั้งคณะตลกชื่อ ชวนชม แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็แตกคอกัน ก็เลยแยกตัวออกมา อละไปขอให้หลวงพ่อวัดเชิงหวายตั้งชื่อคณะตลกให้หลวงพ่อก็เอาชื่อศาลาวัด ที่ชื่อศาลาชวนชื่น มาตั้งเป็นชื่อคณะตลก กลายมาเป็นตำนานตลกครอบครัวที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยมีสมาชิกคือคนในครอบครัวนั่นเอง

สยามดาราเว็บไซต์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวชวนชื่นมา ณ ที่นี้

พ่อดม ชวนชื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamdara.com…

กาย รัชชานนท์ โวยเจอรถสองแถว เชียงใหม่ โก่งราคาสุดแพง ลั่นใครจะนั่งกับมึง !!

กาย รัชชานนท์ อัดคลิปถามหามาตรฐานราคารถแดงที่ จ.เชียงใหม่ หลังเจอหลายคันเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ด้านชาวเน็ตต่างเห็นด้วย ไม่แปลกใจทุกวันนี้คนเที่ยวน้อยลง

กาย รัชชานนท์ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ ออกมาอัดคลิปแฉพฤติกรรมของคนขับรถสองแถวคันหนึ่ง ซึ่งจะคิดเงินค่าเดินทางจากวัดสวนดอก ไปย่านนิมมานเหมินทร์ ระยะยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเงิน 600 บาท ขณะที่เมื่อเทียบดูแล้วบริการแกร็บคาร์คิดแค่ 52 บาท เท่านั้น

ทำเอานักแสดงหนุ่มคุณพ่อลูกดก กาย รัชชานนท์ ถึงกับออกอาการหัวร้อนไปเลยทีเดียว ที่ล่าสุด (18 ธันวาคม 2561) เจอโก่งราคาค่ารถโดยสารสองแถว ขณะเดินทางไปถ่ายทำรายการที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ เจ้าตัวยังได้โพสต์คลิปและข้อความไว้ด้วยว่า “บอกก่อนว่าไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคัน…แต่ก็มีอยู่หลายคันที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวแบบที่กายเจอ ถามหน่อยว่าควรมีมาตรฐานในการคำนวณค่าเดินทางไหม ? ถ้ามีแล้วมันคืออะไรเพราะไม่มีใครรู้ ? แล้วถ้าคุณเจอแบบนี้คุณจะเลือกนั่งแบบไหน 600 หรือ 52 บาท ? #อร่อยเด็ดเข็ดด๋อย”

โดยในคลิป หนุ่มกาย ได้เปิดเผยว่า ได้ไปถ่ายทำรายการที่ จ.เชียงใหม่ และเห็นมีการติดป้ายทั่วเมืองว่า อย่าเรียก grab เพราะ grab ผิดกฎหมาย ตนจะไม่เรียกเพราะอยากเคารพกติกา เลยลองเรียกสองแถวดูและได้มีการสอบถามราคาค่ารถก่อน โดยระยะทางที่ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งคนขับบอกว่าราคา 600 บาท ตนจึงลองไปเช็กราคาใน grab ดู ปรากฏว่าในแอปฯ นั้นขึ้นราคามาให้ที่ 52 บาท ถามหน่อยใครจะนั่งกับ มึง !! บ้าหรือเปล่าวะ เราเองก็ไม่กล้าเรียก grab งั้นไม่เป็นไร เดินเอา

งานนี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวในคลิปของ หนุ่มกาย เป็นจำนวนมาก โดยบอกว่า ตัวเองก็เจอปัญหาเช่นเดียวกับ หนุ่มกาย เหมือนกัน เวลาที่เดินทางไปเชียงใหม่ เวลาเรียก grab ก็เจอรถเจ้าถิ่นดัก บางทีก็เจอปล่อยทิ้งกลางทางทั้ง ๆ ที่ตกลงราคาและเส้นทางเรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้ทางการออกมาดูแลมาตรการเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังมีบางรายที่เป็นคนในท้องที่ออกมาให้ความเห็นว่า ตัวเองก็ไม่เคยใช้บริการรถสองแถวเลย เพราะเจอปัญหาแบบนี้ตลอดทั้ง ๆ ที่เป็นคนในท้องที่ บางรายก็ยอมเสี่ยงเรียก grab เพราะได้มาตรฐานมากกว่า อีกทั้งยังมีคนแนะนำว่า เวลาขึ้นไม่ต้องถามราคา ให้ขึ้นเลยแล้วกดกริ่งลง จ่ายเงินแค่ 30 บาทก็พอ

กาย รัชชานนท์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 19 ธันวาคม 2561 เว็บไซต์ข่าวช่องวัน รายงานว่า นางพรรณี พุ่มพันธ์ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งให้ตรวจสอบหารถสี่ล้อแดงคันดังกล่าวแล้ว เพราะถือว่าทำความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ระบบขนส่งมวลชนของเมืองเชียงใหม่ ยืนยันว่าในตัวเมืองรถสี่ล้อแดงต้องคิดค่าโดยสารคนละไม่เกิน 30 บาท แต่หากเหมาคันในเขตเมือง คือ ไม่เกินวงแหวนรอบสอง จะต้องไม่เกิน 200 บาท โดยหากเจอตัวคนขับจะว่ากล่าวตักเตือนและคาดโทษ แต่หากพบว่าเคยทำผิดมาก่อนจะต้องสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที

ด้าน นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์สี่ล้อแดง กล่าวว่า ขอให้ดาราดังให้ข้อมูลกับทางสหกรณ์เพื่อตรวจสอบและดำเนินการ หากพบว่าเรียกค่าโดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจริง ก็จะถูกลงโทษทั้งตามกฎหมายขนส่งและตามระเบียบ แต่หากโพสต์คลิปไปโดยไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน ก็ทำให้ทางสหกรณ์และผู้ประกอบการสี่ล้อแดงที่มีอยู่กว่า 2 พันคันใน จ.เชียงใหม่ ต้องเสียหายในภาพรวม ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการใช้บริการของผู้โดยสาร

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com