ป้ายกำกับ: โควิด-19

“New Normal” กับวิถีชีวิตของคนไทย หลังโควิด-19

โดย SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ใน วิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด พบ สั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น ใช้งานและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากขึ้น รวมทั้งหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 SUPER POLL เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่าง ดำเนินโครง

การระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้ข้อสรุปผลดังนี้

SUPERPOLL เผยผลสำรวจ “New Normal” ใหม่ในวิถีชีวิตของคนไทยหลังพ้นโควิด

จากประชาชนประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.9 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลา 3-6 เดือน รองลงมาคือร้อยละ 32.2 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 21.0 คาดว่ามากกว่า

9 เดือนขึ้นไปและร้อยละ 12.9 คาดว่าอยู่ระหว่าง 6-9 เดือน เรียงตามลำดับ

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุมาตรการห้ามขายเหล้า เบียร์ ไวน์ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 22.5 ช่วยได้ค่อนข้างน้อย-ไม่ช่วยเลยนั้นเอง

เมื่อรัฐผ่อนปรนให้ขายเหล้า เบียร์ไวน์ได้ มาตรการเสริมในทรรศนะของประชาชนคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุห้ามดื่มในที่สาธารณะโล่งแจ้ง รองลงมาคือร้อยละ 82.5 ระบุ ฝึกอบรมคนทำผิดให้รับผิดชอบต่อ

สังคม ร้อยละ 80.5 ระบุเอาคนทำผิดให้ดูแลผู้พิการ เหยื่อเมาแล้วขับ และผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่ม ร้อยละ 80.3 ระบุจำกัดเวลาซื้อให้เหลือน้อยลง ร้อยละ 77.4 ระบุบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 73.0 ระบุ

จำกัดจำนวนและเวลาซื้อ ร้อยละ 65.1 ระบุห้ามดื่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร้อยละ 59.6 ระบุคนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าคนดื่มทำความผิด ร้อยละ 58.0 คนขายและบริษัท ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าขายเหล้า เบียร์

ไวน์ให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และร้อยละ 49.0 ระบุ ขึ้นภาษี เหล้า เบียร์ ไวน์ ขึ้นไปอีก

สิ่งที่น่าสนใจคือ จริตใหม่ (New Normal) ของประชาชน หลังผ่านพ้นโควิด-19 ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.2 ระบุ สั่งสินค้า เดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 83.7 พูดคุย ติดโลกโซเชียลมากขึ้น ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร โซเชียลมีเดีย มากขึ้น ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่น ดูดีมีสไตล์มากขึ้น ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้นอีกด้วย

ด้านที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชนให้พัฒนาประเทศไปทางไหน หลังพ้นภัยโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.6 ระบุให้ส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ลดมลภาวะ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 90.0 ระบุเพิ่มความปลอดภัย ปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี ระบบออนไลน์ ร้อยละ 86.5 ระบุ ฟรีสร้างอาชีพ ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งภาคเกษตรและอื่น ๆ ร้อยละ 83.7 ระบุเพิ่มความปลอดภัยทางการเงิน ทำธุรกรรมออนไลน์ ร้อยละ 83.2 ระบุเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ลดรายจ่าย ให้คนทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ร้อยละ 81.2 ระบุ ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทำคนอยู่ชุมชน เดินทางเคลื่อนย้ายน้อยลง ร้อยละ 79.1 ระบุส่งเสริมให้คนใช้เทคโนโลยี ระบบออนไลน์มากขึ้น และร้อยละ 72.9 ระบุส่งเสริมธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ตามลำดับ

 

SUPERPOLL…

โควิด-19 กระทบซ้ำวิกฤตขาดแคลนอาหารโลกมากกาาเดิม

โควิด-19 ซ้ำเติมภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกให้รุนแรงขึ้น โดยโครงการอาหารโลก หรือ WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก หรือ WFP “เดวิด บีสลีย์” เปิดเผยรายงาน 2020 Global Report on Food Crises ในวันอังคารที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว

WFP ออกมา กล่าวถึงในวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

ก่อนการเกิดโรคระบาด WFP พบตัวเลขประชาชน 135 ล้านคน เผชิญกับการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง และกังวลว่าวิกฤตโควิด-19 จะทำให้ประชากรโลกที่ขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในสิ้นปีนี้อย่างมาก

ในแถบกลุ่มประเทศในแอฟริกาจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด รองลงมาคือทวีปเอเชีย และละตินอเมริกา และว่าราว 77% ของประชากรที่จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารรุนแรงนั้นมาจากประเทศที่มีสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ เช่น เยเมน ซูดานใต้ และซีเรีย

ส่วนด้านอาริฟ ฮุสเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก WFP บอกว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด จะมีผู้คนราว 21,000 คนเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร และพบว่าทุกๆ 10 วินาที จะมีเด็ก 1 คนเสียชีวิตเพราะภาวะขาดสารอาหาร

ทาง WFP เรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านอาหารราว 10,000-12,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และว่าจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือเร่งด่วน 1,900 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตสงครามและความขัดแย้งภายในประเทศ ให้ได้รับอาหารเพียงพอในระยะ 3 เดือนข้างหน้านี้ด้วย…

โรงเรียนประถมในหางโจว ปิ้งไอเดียเจ๋ง ให้ นร. ใส่หมวก DIY ช่วยเว้นระยะห่าง

การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด -19 “โรงเรียน” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งรวมของผู้คนจำนวนมาก ทั้งเด็กนักเรียนและบุคลากร เช่น ครู หรือเจ้าหน้าที่ต่างๆ ทำให้ต้องมีการปิดภาคเรียนในครั้งนี้เป็นเวลานาน

การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในหางโจว ประเทศจีน

แต่ในประเทศไทย รัฐบาลให้มีการเลื่อนการเปิดเทอมไปจนถึงวันที่ 1 กรฎาคม 63 แต่ก็มีบางโรงเรียนที่มีการเปิดสอนแบบออนไลน์เพื่อไม่ให้การเรียนการสอนถูกทิ้งช่วงนานเกินไป แต่ในต่างประเทศก็มีบางประเทศที่ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ เริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง แต่ก็เป็นในรูปแบบของการเฝ้าระวัง ใช้การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อป้องการการติดต่อและแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19

ประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีการล็อกดาวน์เมือง ทำให้โรงเรียนต้องถูกปิดนานถึง 3 เดือน ล่าสุดได้เปิดเรียนอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยผู้ใช้ Twitter ชื่อแอคเคาน์ @Sixth Tone ได้โพสต์ภาพของโรงเรียนประถม Yangzheng ในหางโจว ประเทศจีน ในวันเปิดเทอมวันแรก ที่เด็กนักเรียนต้องสวมหมวกที่มีความกว้างราว 1 เมตร โดยอาจารย์ใหญ่ระบุว่า เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและคุ้นเคยกับการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งหมวกแต่ละใบเป็นการ DIY ตามความคิดสร้างสรรค์…

นวัตกรรมในช่วงโควิด-19 Broad Branch Market

ภายหลังที่รัฐบาลของกรุงวอชิงตันมีคำสั่งให้ผู้ไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้าจะต้องอยู่ห่างกัน 2 เมตร คุณเทรซี่ สตาร์นาร์ด เจ้าของร้าน Broad Branch Market ก็รู้เท่าทันครั้งว่าธุรกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากว่าช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาแน่นร้านค้าเพื่อจับจ่ายซื้อของจำเป็นให้พอนั้น เธอไม่อยากที่จะให้ร้านค้าเป็นแหล่งแพร่ระบาดแต่ว่าก็ต้องการ ขายสินค้า ด้วยเหมือนกัน

Broad Branch Market ตัวช่วย ขายสินค้า ในช่วงโควิด-19

โดยเหตุนี้เพื่อขจัดปัญหาสองเรื่องนี้ คุณเทรซี่ก็เลยหันไปใช้หุ่นยนต์ส่งสินค้าของบริษัท Starship Technologies และก็ได้ทำให้หุ่นยนต์บริการส่งของถึงหน้าบ้านสีขาวขนาดเท่ากระติกน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งเคลื่อนบนล้อหกล้อนี้ เปลี่ยนเป็นจุดสร้างความสนใจขึ้นมาโดยทันที

เพราะว่าเมื่อหุ่นยนต์ตัวนี้เคลื่อนไปบนฟุตบาท ผู้คนก็มักจะหันมามองดูแล้วก็ถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอไว้เป็นที่ระลึก

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องช่วยและเป็นเครื่องมือโฆษณาที่ดี หุ่นยนต์ส่งของซึ่งมีจำนวนจำกัดนี้ก็ไม่สามารถสนองความต้องการของลูกค้าทุกคนได้ เพราะการใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพของฟุตบาทและถนนที่ต้องดีพอสมควรและไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเมืองยังต้องอนุญาตให้หุ่นยนต์ใช้ทางเดินร่วมกับคนเดินเท้าด้วย

แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ช่วยให้คุณเทรซี่เจ้าของร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงวอชิงตันไม่ต้องขับรถไปส่งสินค้าด้วยตัวเอง

ในช่วงเวลาวิกฤติอย่างเช่นการระบาดของโควิด-19 มีการใช้หุ่นยนต์เข้าช่วยในหลายด้านด้วยกัน คือนอกจากจะช่วยส่งสินค้าแล้ว หุ่นยนต์ยังช่วยส่งอาหารตามสั่งถึงบ้าน และที่โรงพยาบาลในเบลเยียมก็มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือใช้หุ่นยนต์เพื่อช่วยทำความสะอาดสถานที่สาธารณะในฮ่องกง เป็นต้น

หุ่นยนต์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานที่อันตรายและสกปรกซึ่งมนุษย์ไม่อยากแตะต้อง หรือแม้กระทั่งในโรงพยาบาลบางแห่งมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยส่งยาและเวชภัณฑ์

และในอิตาลีก็มีหุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาลซึ่งมีหน้าจอทัชสกรีน และติดตั้งกล้องไว้เพื่อช่วยดูคนไข้ที่ข้างเตียง เพื่อช่วยให้พยาบาลไม่ต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยโควิด-19 มากไป

แต่ถึงแม้จะมีการใช้หุ่นยนต์อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติ คุณเจฟ เบิร์นสตีน ผู้อำนวยการสมาคมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในสหรัฐก็ยอมรับว่า ยังมองไม่เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างสำคัญในอนาคตอันใกล้

และอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท ผู้สอนวิชาหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ก็ชี้ว่าปัญหาก็คือเราไม่เคยได้รับความสนใจหรือมีทรัพยากรอย่างเพียงพอเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ล่วงหน้าให้พร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดยอาจารย์เฮาวี่ โชเซ็ท บอกด้วยว่า ความสนใจพัฒนาหุ่นยนต์นั้นมักจะมาเป็นพัก ๆ ตามวิกฤติที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้วก็จางหายไป ตัวอย่างเช่น กลุ่มงานของเขาได้พัฒนาหุ่นยนต์เลื้อยได้รูปร่างคล้ายงูเพื่อช่วยค้นหาผู้เคราะห์ร้ายซึ่งติดอยู่ในที่อับ แต่หลังจากที่ได้ใช้เพื่อช่วยชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเม็กซิโกเมื่อปี 2560 แล้ว เงินทุนสนับสนุนและความสนใจเรื่องนี้ก็จางหายไป

อาจารย์โชเซ็ทบอกด้วยว่า หุ่นยนต์ที่จะสามารถนำมาใช้แทนมนุษย์ได้เป็นอย่างดีนั้นยังต้องการการวิจัยและพัฒนาเพิ่มอีกมาก รวมทั้งต้องการเงินทุนสนับสนุนอย่างจริงจังด้วย

แต่ปัญหาของเรื่องนี้ตามที่คุณแอนดรา คีย์ กรรมการผู้จัดการของ Silicon Valley Robotics ได้ชี้ไว้ ก็คือ นักลงทุนมักต้องการผลตอบแทนอย่างรวดเร็วขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์นั้นอาจต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 ปีกว่าจะเห็นผล

ดังนั้นในยามที่วิกฤตอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้นี้ สิ่งที่เราต้องการคือการมองการณ์ไกลและเงินลงทุนแบบใจเย็น เพราะหากไม่ลงทุนล่วงหน้าแล้วเราอาจไม่มีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับสภาพเพื่อใช้งานได้ในยามที่ต้องการ…