ป้ายกำกับ: COVID-19

ข้อมูลสถิติในเชิงทำนาย ว่า “COVID-19 ” จะจบเมื่อไหน

ทุกคนคงคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในช่วงนี้กันแล้ว แต่ในใจก็คงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที แล้วเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถฟันธงได้ชัดเจนว่า การแพร่ระบาดของโรคนี้จะยุติลง และกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ตอนไหน

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

เมื่อไหร่ COVID-19 จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

จากข้อมูลเชิงสถิติที่สถาบัน DDI หรือ Data Driven Innovation Laboratory ของสิงคโปร์ ได้คาดการณ์ไว้ ก็พอช่วยให้เห็นภาพกว้าง ๆ ได้พอสมควรว่าสถานการณ์ของโลกและประเทศต่าง ๆ จะคลี่คลายประมาณตอนไหน

จากสถิติดังกล่าวเป็นการคาดการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 จากนั้นนำมาทำโมเดล SIR หรือ susceptible-infected-recovered แบบจำลองการแพร่กระจายของเชื้อโรคในแต่ละประเทศ เพื่อทำนายว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศต่าง ๆ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด อัปเดตข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 28 เมษายน 2563

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว DDI ประเมินไว้ 3 แบบ คือยุติการระบาด 97 % , 99 % และ 100 % โดยคาดการณ์ว่า COVID-19 จะหมดจากทั่วโลกไปแบบ 100 % ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 หรืออีก 5 เดือนข้างหน้า แต่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 สถานการณ์จะคลี่คลายลง 97 % และในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 จะคลี่คลายลง 99 %

จะหมดไปจากโลกใบนี้เสียที

ขณะที่ประเทศไทยจะยุติการระบาด 97 % ในวันที่ 26 เมษายน 2563, 99 % ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 และหมดไปจากประเทศแบบ 100 % ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563

ถ้าหากดูประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และเป็นประเทศยอดฮิตที่คนไทยชอบไปเที่ยวกัน พบว่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในโลก จะมีสถานการณ์ที่คลี่คลายแบบ 100 % ในวันที่ 9 กันยายน 2563 ขณะที่สเปน (3 สิงหาคม 2563), อิตาลี (31 สิงหาคม 2563), ฝรั่งเศส (8 สิงหาคม 2563)เยอรมนี (5 สิงหาคม 2563), อังกฤษ (20 สิงหาคม 2563) มีการคาดการณ์ว่าจะยุติการระบาดในช่วงเดือนสิงหาคม 2563

ด้านประเทศท่องเที่ยวสุดฮิตของคนไทยในแถบเอเชียนั้น พบว่า COVID-19 จะหมดไปจากประเทศญี่ปุ่นแบบ 100 % วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ส่วนเกาหลีใต้นั้นพ้นจากช่วงระบาดมาแล้วตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับจีนที่ข้อมูลระบุว่าไม่มีการระบาดในประเทศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563

ในขณะที่ประเทศเวียดนาม และไต้หวัน จะยุติการระบาดในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 และ 24 พฤษภาคม 2563 ตามลำดับ ปิดท้ายที่อินเดียที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ต้องรอกันนานถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2563 กว่าที่ COVID-19 จะหมดไป

แต่ DDI ระบุว่าแบบจำลองและข้อมูลดังกล่าวอาจยังมีความคาดเคลื่อน อันเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ อาทิเช่น ความซับซ้อน, วิวัฒนาการของโรค รวมถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นของแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น จึงไม่ใช่การฟันธงแบบ 100 % ว่าการยุติของ COVID-19 ของประเทศต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์

ประเทศใดเกิดชะล่าใจเกินไป และกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง ก็อาจทำให้เกิดการตีกลับจนกลายเป็นการระบาดระลอกใหม่ก็เป็นได้…

อาชีพที่เตรียมกอบโกยรายได้ หลัง COVID-19 ผ่านพ้นไป

สถานการณ์ไวรัสระบาด มีหลายอาชีพต้องตกงาน อีกทั้งพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

อาชีพหลัง สถานการณ์ไวรัสระบาด COVID-19 ผ่านพ้นไป

ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงยากลำบากนี้ไปแล้ว จะมีอาชีพไหนบ้างที่ยังอยู่รอด ดังนี้

-ค้าขายออนไลน์
ซึ่ง COVID-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทั้งการกักตัวอยู่บ้าน, Work from Home, ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปิดให้บริการ ทำให้คนออกไปไหนมาไหนไม่ได้สะดวก

จึงจับจ่ายใช้สอยทั้งของกินของใช้ถูกย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์แทน เพราะสามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นก็แค่รอให้ของมาส่งถึงหน้าบ้าน เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้ว แน่นอนว่าคนจะหันมาช้อปออนไลน์กันมากขึ้น เพราะง่าย สะดวกสบาย และไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านอีกด้วย

-พนง. ส่งอาหารเดลิเวอรี่
ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนคนก็ยังต้องบริโภคอาหาร แต่จะออกไปหาอะไรกินข้างนอกก็ทำไม่ได้ อาหารแถวบ้านก็มีแต่เดิม ๆ คนจึงหันไปสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันแทน เราต้องพยายามเพิ่มร้านอาหารเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค คนสั่งก็เลือกสั่งเมนูได้หลากหลาย การปักหมุดร้านโปรดก็ทำได้ไม่ยาก ธุรกิจส่งอาหารเดลิเวอรี่จึงเติบโตได้อีกเรื่อย ๆ และกลายเป็นอาชีพเสริมให้กับใครหลาย ๆ คนอีกด้วย

-ติวเตอร์ออนไลน์
แล้ว COVID-19 สอนให้รู้ว่า “อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าห้องเรียน” สามารถนั่งเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ รวมถึงกลุ่มนักเรียนที่เรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปนั่งเรียนรวมกัน

อีกในไม่ช้าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นการสมัครเรียนผ่านออนไลน์ จ่ายเงินออนไลน์ เพื่อ log in ไปเรียนแบบออนไลน์จากมุมใดของโลกกันมากขึ้น ขณะที่ติวเตอร์ อาจารย์ ที่มีอุปกรณ์พร้อม ก็สามารถสอนอยู่ที่บ้านได้ เพราะยังสามารถสื่อสารแบบ interactive กับลูกศิษย์ได้เหมือนกัน

-สตรีมเมอร์
ช่วงที่คนกักตัวอยู่บ้านว่าง ๆ คงหาอะไรดูแก้เซ็งแก้เครียดกันบ้าง ทำให้สตรีมเมอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสร้างความบันเทิงในชีวิตประจำวันของคนที่ฝังตัวอยู่ในโลกออนไลน์ไปเรียบร้อย

หากใครที่เล่นเกมเก่ง ๆ เอ็นเตอร์เทนคนเป็น ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะสามารถเรียกยอดวิว ยอดติดตามได้มาก สามารถสร้างรายได้ที่จะเข้ากระเป๋าตัวเองมากตามไปด้วย

-เปิดร้านอาหาร
ต้องหลายคนบ่นแล้วว่าคิดถึงชาบู หมูกระทะ และอาหารต่าง ๆ ที่ถูกสั่งงด ซึ่งถ้าร้านเหล่านี้กลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ รับรองว่าร้านแตกแน่นอน ยิ่งเฉพาะเมนูหมูกระทะ ชาบู เป็นเมนูรวมตัวเพื่อนฝูงที่ห่างหายไปในช่วงห่างกันสักพัก หลังจากที่ผ่านมาทำได้เพียงพูดคุยผ่านเสียงและหน้าจอ

จึงทำให้ธุรกิจร้านอาหารจะกลับมาเฟื่องฟูขึ้นมากหลังผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้

-โปรแกรมเมอร์
ช่วง COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป เมื่อทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ทำให้ปริมาณการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ จึงสูงขึ้นนั่นเอง

แต่อาชีพนี้อยู่ต่อได้ยาว ๆ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้รองรับการใช้งานที่สะดวกและดีกว่าเดิม ออกแบบให้ทุกอย่างดำเนินการได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งค้าขาย การเรียน การทำงาน การประชุม ธุรกรรมทางการเงิน การพักผ่อนหย่อนใจและสื่อบันเทิง

-ขายประกันสุขภาพ
คนเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่ได้เตรียมตัวรับความเสี่ยงนี้ไว้ ทำให้จากนี้ไป ผู้คนจะหันมาตระหนักและใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น

ในวันข้างหน้าจะมีโรคระบาดอะไรเกิดขึ้นอีก และสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ผู้คนเริ่มคิดถึงการทำประกันสุขภาพเพื่อเตรียมหลักประกันที่มั่นคงให้กับคุณภาพชีวิต บริษัทประกันจึงต้องเร่งแข่งกันปรับเปลี่ยนความคุ้มครองสุขภาพคนให้ครอบคลุมและเข้ากับสถานการณ์ ธุรกิจประกันสุขภาพจึงน่าจะไปได้ไกล

-เอนเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์
คนในยุคนี้ ก็หันมาเสพสื่อออนไลน์กันมากขึ้นอยู่แล้ว คงมีสักแวบที่กดเข้าไปดูนู่นนั่นนี่ให้หายเครียด เพื่อเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง

จึงทำให้กลายเป็นแหล่งบันเทิงที่สามารถทำเงินได้ต่อเนื่องหลังหมด COVID-19

-ธุรกิจที่พัก ทัวร์ และการท่องเที่ยว
แต่หลังจากหมดโรคระบาดนี้ไป คนก็จะแห่กันไปเที่ยวให้สมกับที่อัดอั้นมานานหลายเดือน ซึ่งการท่องเที่ยวและที่พักจะกลับมาคึกคัก ต้อนรับผู้คนที่อยากเที่ยว ให้ธุรกิจทัวร์ได้เก็บเงินกันเป็นกอบเป็นกำกันแน่นอน

เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกอาชีพที่ต้องเผชิญกับวิกฤติในช่วงนี้ สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมามีพลังใจที่แข็งแกร่งในการทำงานนะคะ…

หายใจสู้ภัย “โควิด-19” เพื่อสุขภาพปอด

เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 จะตรงเข้ามาทำร้ายปอด ทำให้ปอดอักเสบ ทำให้เราเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก เพื่อเปนการป้องกัน เราจึงควรใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของปอดให้มากขึ้นด้วยตนเอง

ฝึกหายใจสู้ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19

เพราะโควิด-19 ทำให้ปอดอักเสบ หายใจเหนื่อยหอบ
อ.พญ.ฑิมภ์พร วิทูรพงศ์ ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การติดชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ทำให้ปอดอักเสบ มีเสมหะอุดกั้นถุงลมปอด ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง เกิดอาการเหนื่อยหอบ ไปจนถึงภาวะหายใจล้มเหลว

การฝึกหายใจ ฟื้นฟูปอด สู้โควิด-19
ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจไม่รุนแรง สามารถฝึกการหายใจได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟ่บ และฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

-หายใจแบบใช้กล้ามเนื้อกระบังลม หายใจเข้าท้องป่อง มือที่หน้าท้องถูกดันออก

-หายใจแบบเป่าปาก หายใจเข้าท้องป่อง แล้วเป่าลมออกทางปากช้าๆ

-ไออย่างมีประสิทธิภาพ หายใจเข้าลึก กลั้นไว้ 2 วินาที ไอออกให้เร็ว และแรง

-ฝึกหายใจร่วมกับการเคลื่อนไหวทรวงอก ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมหายใจเข้า เอามือลง พร้อมหายใจออก

และฝึกหายใจ 3-5 ครั้งต่อรอบ แต่ละรอบพัก 1 นาที ทำได้หลายๆ รอบต่อวัน…